ชีวิตคู่ เหมือน ลิ้นกับฟัน… แต่ถ้า “สื่อสารดี” ทะเลาะกันก็ไม่ Toxic

ชีวิตคู่
เป็นปกติที่ยิ่งคนเราสนิทกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสได้เห็นถึงตัวตนต่าง ๆ ซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น จึงไม่แปลกเลยที่จะมี “ความขัดแย้ง” “กระทบกระทั้ง” “ผิดใจ” หรือ “ไม่เข้าใจกัน” ยิ่งในชีวิตคู่แล้ว ยิ่งมีความซับซ้อนขึ้นไปใหญ่ เพราะมันเต็มไปด้วย “ความคาดหวัง” และ “ความต้องการ” ที่เรามีทั้งต่อตัวเองและมีต่อคนรักของเรา จึงทำให้ความขัดแย้งมักเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง

ฉะนั้นวันนี้ on mind way จึงอยากนำเสนอ “constructive communication” ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้เราสื่อสาร โดยลดระดับ “ความรุนแรง” จากความขัดแย้ง แล้วเปลี่ยนเป็น “ความเข้าใจ” กันมากยิ่งขึ้น

1. ฝึก “สติ” เพื่อให้น้ำเสียงและท่าทางเป็นมิตรมากขึ้น: ในระหว่างที่เกิดความขัดแย้งกัน หลายครั้งการสื่อสารมักเต็มไปด้วยอารมณ์ ซึ่งมักทำให้ “น้ำเสียง” หรือ “ท่าทาง” ของเราดูรุนแรง เช่น ต่อให้เราพยายามที่จะฟัง แต่อีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดของเรา ก็อาจทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ฟังก็ได้

2. ฝึก “ฟัง” อย่างเข้าใจ (Active Listening): Active Listening นั้น “ไม่ใช่การฟังผ่าน ๆ เพื่อที่จะได้พูดในมุมของเรา” แต่มันคือ “การฟัง” เพื่อให้เข้าใจในแง่มุมของอีกฝ่าย ฉะนั้น “วางธงในใจของคุณลง” และ “พยายามฟังเสียงของอีกฝ่ายให้เข้าใจ” ยิ่งคุณฟังมาก ใจที่ต่อต้านอีกฝ่ายจะลดลง ในทางกลับกันเมื่อคุณจะพูดความรู้สึกของคุณ อีกฝ่ายก็จะเย็นลงและพร้อมฟังคุณมากขึ้นเช่นกัน

3. ฝึกสังเกตและทำความเข้าใจ “ความรู้สึก” ของอีกฝ่าย: หลังจากที่เราพยายาม Active Listening เราลองนำสิ่งที่ได้ฟังมาพยายามทำความเข้าใจต่อว่าคู่ของเรากำลัง “รู้สึก” อะไรอยู่ เช่น คู่ของเราอาจจะพูดถึงเราว่าเราไม่แคร์เขา ดูแคร์เพื่อนมากกว่า จากตัวอย่างนี้ คู่ของเราอาจกำลังรู้สึก “น้อยใจ ซึ่งถ้าเรากลับมาสังเกตที่ความรู้สึกของอีกฝ่าย ก็อาจจะเป็น จุดเริ่มต้นที่จะทำความเข้าใจกันได้อย่างถูกทางมากขึ้น

4. ใช้ “I” Statements แทน “You” Statements: หลายครั้งเมื่อมีการกระทบกระทั้ง เรามักจะพูดบางสิ่งบางอย่าง ที่เหมือนเป็น “การโทษ” อีกฝั่งหนึ่งเช่น “เธอไม่เคยตั้งใจฟังในสิ่งที่เราพูดเลย”  แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนประธานของประโยคเป็น “ตัวเรา” (“I” Statement) แล้วลองลดการพูดถึง “คู่ของเรา” ในประโยคลง เช่น “เรารู้สึกว่าเวลาที่เราพูด เราไม่ได้รับการฟังเท่าไหร่เลย” จากตัวอย่างอย่างประโยคที่เราใช้ “I” Statement อย่างน้อย ๆ ก็จะช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกโจมตี หรือรู้สึกว่าเป็นคนผิดน้อยลง

5. เมื่อเกิดความขัดแย้งอย่าเพิ่งโต้เถียง “ให้หยุด และทิ้งเวลา” แล้วค่อยตกลงกันว่าจะ “กลับมาคุยกัน” เมื่อไหร่: เมื่อเกิดความขัดแย้งสิ่งที่มักตามมาคือ “อารมณ์” เช่น โกรธ หงุดหงิด เสียใจ ผิดหวัง เป็นต้น และบ่อยครั้ง คนเรามักจะไหลไปกับอารมณ์ ฉะนั้น ถ้าเรายังไม่สามารถกำกับอารมณ์ได้ ให้ “หยุด” ที่จะโต้เถียง เพื่อกลับไปกำกับอารมณ์ รวมถึงทำความเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น ที่สำคัญ อย่าปล่อยให้ปัญหา หรือ ความขัดแย้งนั้นๆ ผ่านไป ควรตกลงกันว่า เมื่อไหร่จะกลับมาพูดคุยถึงความขัดแย้งอีกครั้ง เพื่อปรับความเข้าใจ

สุดท้ายนี้ หากถามว่า “ความขัดแย้ง” มันดีหรือไม่ดีต่อความสัมพันธ์ คำตอบ คือ ขึ้นอยู่กับว่าผลลัพธ์ของความขัดแย้งเป็นอย่างไร หากทุกคนสามารถใช้ constructive communication เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น เชื่อว่าจะยิ่งทำให้เกิดความเข้าใจ ตลอดจนนำไปสู่การปรับตัวในความสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้น

 

🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱

🔆 อยากนัดหมายเพื่อปรึกษากับนักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W

🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/

Picture of ตะวัน ศิริคุรุรัตน์

ตะวัน ศิริคุรุรัตน์

นักจิตวิทยาการปรึกษา on mind way counseling center

Tags :
Share This Post :

Related Post

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง “การให้อภัยตัวเอง” ทำได้ยังไงบ้าง 1. ยอมรับความผิดพลาดโดยไม่ตัดสินตัวเอง การยอมรับความผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้ หรือยอมรับว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่คือการเข้าใจว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ยังมีสิ่งที่ไม่รู้ ไม่แน่ใจ และความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การยอมรับความจริง เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต 2. แยก “การกระทำ” ออกจาก “คุณค่าในตัวเอง” ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตัวตนของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงพฤติกรรม การกระทำ หรือการตัดสินใจในบางช่วงเวลา และบางสถานการณ์ ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเราเสมอไป เมื่อเราแยกความผิดพลาดออกจากคุณค่าในตัวเองได้ เราจะมองตัวเองอย่างเป็นธรรมมากขึ้น และไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดมากำหนดว่าเราเป็นใคร 3. ใช้คำพูดเชิงบวกกับตัวเอง การพูดกับตัวเองในแง่ลบ เช่น “ทำไมถึงทำแบบนี้” หรือ “ทำไมไม่เก่งเหมือนคนอื่น” มักทำให้เรารู้สึกแย่ และบั่นทอนความมั่นใจ ลองปรับมาใช้คำพูดที่อ่อนโยนและเป็นจริงกับตัวเองมากขึ้น เช่น “เราทำดีที่สุดแล้วในสถานการณ์นั้น” หรือ “ทุกคนล้วนมีวันที่ไม่สมบูรณ์แบบ” คำพูดเหล่านี้ช่วยให้ใจเราผ่อนคลาย และให้อภัยตัวเองได้ง่ายขึ้น 4. ตั้งขอบเขตและนิยามของคำว่า “ให้อภัยตัวเอง” ให้ชัดเจน การให้อภัยตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการลืมความผิดพลาด หรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คือการตั้งขอบเขตในใจ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดมาทำร้ายเราอย่างต่อเนื่อง และไม่ให้ความรู้สึกผิดนั้นมาควบคุมการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน การให้อภัยตัวเองคือ การยอมรับและรับผิดชอบต่อความผิดพลาด พร้อมกับเรียนรู้ และให้โอกาสตัวเองได้เติบโต โดยไม่ให้ความผิดพลาดกลายเป็นอุปสรรคที่ฉุดรั้งชีวิต

“ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญง่ายๆ ที่มีความหมายกับใจ

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง

Read More »
"ความหวังดี" เป็นสิ่งที่หลายคนอยากมอบให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว แฟน หรือเพื่อน เพราะเราตั้งใจดี อยากให้อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือหลุดพ้นจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ในบางครั้ง หาก “ความหวังดี” นั้นไม่มีขอบเขต ก็อาจทำให้เราลืมตัว และเผลอทำสิ่งที่เกินขอบเขต จนกลายเป็นผลกระทบทางลบต่อความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

4 “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต จนส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์

บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

Read More »
รักตัวเอง

รักตัวเองอย่างไร ในมุมนักจิตวิทยา

การรักตัวเอง (Self-Love) เป็นคำที่หลายคนคุ้นหูแต่ความหมายของคำนี้กลับถูกตีความไปหลากหลายรูปแบบ บางครั้งอาจถูกเข้าใจว่าเป็นการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หรือการตามใจตัวเองมากเกินไป บทความนี้จะชวนมาทำความเข้าใจคำนี้ ในมุมมองของนักจิตวิทยากันให้มากขึ้น

Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save