“รัก และ เกลียด” 2 ความรู้สึกต่างขั้วที่เกิดขึ้นได้ในความสัมพันธ์เดียวกัน

ทั้งรัก ทั้งเกลียด
สภาวะ “ทั้งรัก ทั้งเกลียด” เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่พบได้บ่อยของสิ่งที่เรียกว่า “Emotional Ambivalence” หรือ “สองความรู้สึกที่ขัดแย้งกัน แต่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน” ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกความสัมพันธ์ ทั้งคนรัก เพื่อน หรือคนในครอบครัว จนบางครั้งทำให้หลาย ๆ คนเกิดความสับสนทางอารมณ์ ว่ารู้สึก “รัก” หรือ “เกลียด” เขากันแน่

แต่จริง ๆ แล้วทุกความรู้สึกล้วนมีที่มาของมัน “ความรัก” สะท้อนถึงความผูกพัน สายใยสัมพันธ์ เช่น ครอบครัว การอยู่ในความสัมพันธ์มานาน หรือการรับรู้ในด้านดีของเขาผ่านประสบการณ์ที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดเป็น “ความรู้สึกเชิงบวกขึ้น”

ขณะเดียวกัน “ความเกลียด” หรือความโกรธสะท้อนถึงความรู้สึกเจ็บปวด ไม่พอใจ หรือผิดหวัง จากการกระทำของเขา หรือประสบการณ์บางอย่างในความสัมพันธ์ แต่บางครั้งเราอาจไม่อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกทั้งสองอย่างพร้อมกัน โดยเฉพาะความรู้สึกทางลบ เช่น “เกลียด” หรือ “โกรธ” เพราะอาจทำให้หลาย ๆ คนตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เรายังรักคนคนนั้นเหมือนเดิมรึเปล่า?”

หลายครั้งเราผูกความรู้สึกทางลบเข้ากับภาพจำของคำว่า “ไม่ดี” จนไม่ยอมรับรู้ความรู้สึกจริงของตัวเอง เช่น “ถ้าฉันโกรธหรือเกลียดพ่อแม่ พี่น้อง หรือคนในครอบครัว” หรือ “ถ้าฉันเกลียดบางอย่างในตัวตนหรือพฤติกรรมของแฟน” ก็เท่ากับ “ฉันเป็นคนไม่ดี” ความคิดเช่นนี้อาจทำให้เราบังคับตัวเองให้รู้สึกแต่ทางบวก จนหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับความรู้สึกทางลบที่เกิดขึ้น และสุดท้ายก็ผลักมันกลับไปไว้ในพื้นที่ลึกในใจโดยไม่รู้ตัว

ความรักมักมาพร้อมกับ “ความคาดหวัง” ที่อยากให้คนในครอบครัวเข้าใจ อยากให้เขาแคร์หรือใส่ใจเรามากกว่านี้ แต่เมื่อเขาอาจไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวังไว้ เราจึงเกิดความเจ็บปวดหรือผิดหวังขึ้นในใจ และเมื่อไม่มีพื้นที่ให้กับอารมณ์เหล่านี้ เราก็เผลอเก็บงำความรู้สึกทางลบไว้ จนสะสมกลายเป็นความโกรธหรือความเกลียดชังที่มากขึ้นได้

ความรู้สึกทางลบไม่ได้หมายความว่าความรักหายไป ความรักที่เรามีต่อเขาอาจยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ประสบการณ์ในการอยู่ร่วมกันอาจทำให้เกิดความรู้สึกทางลบขึ้นมาพร้อมกัน เช่น ความโกรธ ความผิดหวัง ความไม่พอใจ หรือความเสียใจ ความรู้สึกเหล่านี้สามารถผสมอยู่กับความรักได้ และไม่ได้หมายความว่าเราต้องตัดสินตัวเองว่าเป็นคน “ดี” หรือ “ไม่ดี” จากสิ่งที่รู้สึก

ในทางกลับกัน หากเราเรียนรู้ที่จะรู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง และอนุญาตให้ทั้งความรู้สึกทางบวกและทางลบเกิดขึ้นได้จริงในใจ เราจะสามารถทำความเข้าใจและรับมือกับอารมณ์เหล่านั้นได้มั่นคงมากขึ้น โดยไม่ต้องรอให้สะสมจนกลายเป็นความเกลียด เพราะในโลกนี้ไม่มีใครที่ perfect และคงไม่แปลกเลย ที่เราจะมีทั้งความรู้สึกด้านบวกและด้านลบต่อคนคนเดียวกัน

🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱

🔆 อยากนัดหมายเพื่อปรึกษากับนักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W

🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/

Picture of ศุภวรรณ ใหญ่เสมอ

ศุภวรรณ ใหญ่เสมอ

นักจิตวิทยาการปรึกษา on mind way counseling center

Tags :
Share This Post :

Related Post

zootopia

Zootopia 2 : สะท้อนกระบวนการบำบัดคู่ (Couple Therapy) ผ่าน Nick กับ Judy

บทความนี้จะชวนมาสำรวจแง่มุมในเชิงกระบวนการบำบัดคู่ (Couple Therapy) จากภาพยนต์ zootopia 2 ท่ีเป็นการสะท้อนถึงการการแชร์ความรู้สึกที่เปราะบาง ว่าสามารถเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มั่นคงได้อย่างไรบ้าง

Read More »
นักจิตวิทยา

นักจิตวิทยาแต่ละคน…ทำงานต่างกันยังไงบ้าง ?

การเริ่มต้นคุยกับนักจิตวิทยาอาจเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับหลายคน และทำให้เกิดคำถามตามมาว่า นักจิตวิทยาแต่ละคนทำงานเหมือนกันไหม? หรือเราจะรู้ได้อย่างไรว่านักจิตที่เรากำลังคุยด้วย “ใช่” สำหรับเราหรือเปล่า  บทความนี้เราจะมาอธิบายเพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าใจ และตอบคำถามนี้กับตัวเองได้มากขึ้น

Read More »
พื้นที่ปลอดภัย

3 สัญญาณ บ่งบอก “พื้นที่ปลอดภัย” ของใจเรา

“พื้นที่ปลอดภัย” เป็นพื้นที่ที่เราทุกคนต้องการ  ทั้งในเชิงกายภาพ อย่างความปลอดภัยของสภาพอากาศ สถานที่ที่อยู่ สิ่งแวดล้อมรอบตัว และในเชิงของจิตใจ อย่างความสบายใจ ความรู้สึกมั่นคงกับผู้คน หรือ กลุ่มคนที่เราอยู่ด้วย บทความนี้ จึงอยากชวนมาสังเกต 3 สัญญาณ ที่จะช่วยบอกเราได้ว่า พื้นที่ตรงไหน คือพื้นที่ที่ปลอดภัยของใจเรา

Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save