การที่เราต้องอยู่กับคนที่มีพฤติกรรมหลงตัวเองจนเป็นปัญหา ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เราทุกข์ใจได้เหมือนกัน วันนี้เลยชวนทุกคนมาดูว่า เราสามารถรับมืออย่างไรได้บ้าง เพื่อดูแลใจตัวเอง ไม่ให้ถูกบั่นทอนไปเสียก่อน
1. การสังเกตการกระทำ และพฤติกรรมของอีกฝ่าย : หลายครั้งคนที่มีลักษณะของพฤติกรรมหลงตนเองสูง จะถูกมองว่าเป็นคนที่มีเสน่ห์ แต่เมื่อรู้จักกันมากขึ้น เสน่ห์นั้น จริงๆ อาจเป็นหน้ากากที่ซ่อนพฤติกรรมที่ทำให้เราทุกข์ใจไว้ ถ้าเรารู้เท่าทันพฤติกรรมเหล่านั้น เราก็สามารถที่จะปกป้องตัวเอง และตัดสินใจว่า เราจะจำกัดความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายในระดับไหน จะได้ไม่ต้องอยู่กับพฤติกรรม Toxic เกินจำเป็น
มาดูกันว่าพฤติกรรมต่างๆ และความรู้สึกที่มักเกิดขึ้นจากพฤติกรรมเหล่านี้มีอะไรบ้าง
2. อย่า ‘เล่นตามเกม’ ของอีกฝ่าย : โดยเมื่ออีกฝ่ายเริ่มทำพฤติกรรมที่เรารับรู้ว่า Toxic ให้มีสติ ใจเย็น อย่าโต้ตอบในรูปแบบที่อีกฝ่ายต้องการให้ทำ เช่น ใช้อารมณ์โต้ตอบ
ตัวอย่าง เมื่อพยายามสื่อสารกับแฟนว่า ตัวเองรู้สึกถูกละเลยตอนอยู่ด้วยกันแล้วแฟนเล่นมือถือตลอดเวลา แต่แฟนตอบว่า “เพิ่งเล่นแป๊บเดียวเอง ชวนทะเลาะอีกแล้ว ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ตลอดด้วย”
คำตอบนี้อาจทำให้เราสงสัยว่าเรา sensitive เกินไปรึเปล่า จนทำให้ต้องกดความรู้สึก หรือความต้องการของตัวเอง เพื่อที่จะไม่ถูกแฟนต่อว่า แต่แทนที่จะใช้อารมณ์โต้ตอบ หรือกดความรู้สึกของตัวเอง ให้ลองตอบอย่างใจเย็นว่า สิ่งที่เรารู้สึกเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเราจริงๆ ไม่ได้คิดเกินไป ซึ่งจะช่วยให้เรามั่นใจในความคิดของตัวเอง และสร้างขอบเขต (Boundary) ได้ดีมากขึ้น เช่นการสื่อสารว่าอยากให้ใช้เวลาร่วมกัน แทนที่จะเล่นมือถืออย่างเดียว
3. หาแหล่งสนับสนุนทางจิตใจ (Support System) : สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นๆ เพื่อที่เราจะได้เจอคนอื่นๆ ที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและสบายใจด้วย
4. เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง : การมีความมั่นใจในตัวเองสามารถช่วยให้เราสื่อสาร สร้างขอบเขตในความสัมพันธ์ และยืนหยัดเพื่อตัวเองได้ง่ายขึ้น การดูแลสุขภาพจิตให้ดี และสร้าง Support System เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรามั่นใจในตัวเองได้มากขึ้นเหมือนกัน
5. อย่ายึดติดกับความหวังว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต : หรือยึดติดกับภาพ ‘คนที่เขาสามารถที่จะเป็นได้’ ในอนาคต แม้อีกฝ่ายจะสัญญาว่าจะทำให้ดีขึ้น หรือจะเลิกทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ
สิ่งสำคัญ! หากเราสังเกตว่าในความสัมพันธ์เริ่มมีเรื่องเหล่านี้เกิดบ่อยขึ้น หรือรุนแรงมากขึ้น
- รู้สึกว่าตัวเองถูกบงการ (Manipulate) ควบคุม หรือถูกบังคับให้ต้องตัดความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในชีวิต
- ถูกด่าทอ กล่าวโทษ ว่าความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเรา
- ถูก Gaslight (ปั่นหัว) เช่น ทะเลาะกับแฟนแล้วถูกตะโกนใส่อย่างรุนแรง แต่แฟนกลับปฏิเสธ หรือบอกว่าเราคิดไปเอง
- รู้สึกว่าความคิดเห็น หรือความต้องการของเราถูกลดทอน ถูกบอกว่าจริงๆ แล้ว เรารู้สึกยังไง หรือควรรู้สึกยังไง
- อีกฝ่ายมีพฤติกรรมที่รุนแรง เช่น ทำร้ายร่างกาย โยนสิ่งของ
- พฤติกรรมอีกฝ่ายส่งผลลบต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก เช่น ถูกไล่ให้ออกจากบ้านเมื่ออีกฝ่ายหงุดหงิด
แปลว่าความสัมพันธ์นี้อาจเริ่มเข้าข่ายของการล่วงละเมิดหรือใช้ความรุนแรง ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่าเราต้องออกจากความสัมพันธ์ หรือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
เพราะการอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบนี้เป็นเวลานาน อาจทำให้เรารู้สึกว่าเรา “ไม่มีสิทธิ์เลือก” หรือ “ไม่มีความสามารถมากพอ” ที่จะออกจากความสัมพันธ์ หรือหาวิธีรับมือกับพฤติกรรมต่างๆ แต่จริงๆแล้ว เราทุกคนมีสิทธ์ที่จะเลือกในสิ่งที่ทำให้ตนเองรู้สึกปลอดภัย และสบายใจ ดังนั้นเราสามารถขอความช่วยเหลือจากคนรอบตัว และผู้เชี่ยวชาญได้เสมอ
🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱
🔆 อยากนัดหมายเพื่อปรึกษากับนักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W
🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/


