4 แนวทางอยู่กับความเศร้าและเติบโตจากการสูญเสีย

การสูญเสีย
“การสูญเสีย” เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา การเผชิญหน้ากับความเศร้าอาจทำให้รู้สึกเหมือนชีวิตหยุดนิ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถใช้มันเป็นโอกาสในการเติบโตและเติมเต็มชีวิตได้จากการเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างมีสติและเข้าใจ ด้วยแนวทางทั้ง 4 ที่เรานำมาฝากกัน

1. ยอมรับและให้พื้นที่กับ “ความรู้สึก”

การบอกตัวเองว่า “ต้องเข้มแข็ง” หรือ “ต้องผ่านมันไปให้ได้” อาจจะทำให้เราหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธความรู้สึกเศร้า เสียใจ โหยหา หรือโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้น ซึ่งการทำเช่นนั้นอาจทำให้ความรู้สึกหายไป แต่กลับเป็นการเพิ่มแรงดันที่ทำให้ร่างกายอาจจะระเบิดออก หรือป่วยทางจิตและนำมาสู่ปัญหาสุขภาพจิตได้ ดังนั้นการยอมรับและให้พื้นที่กับความรู้สึกจึงสำคัญ โดยสามารถทำได้ง่ายๆ เช่น การร้องไห้ การเขียนเป็นบันทึก หรือการพูดถึงเรื่องราวของคนที่จากไปในวิธีที่เหมาะสม

2. รักษาความสัมพันธ์และเปิดรับพลังจากคนรอบข้าง

ตามสัญชาตญาณเมื่อเราเสียใจ หรือเจ็บปวด เรามักจะอยากอยู่คนเดียว อยากกลับมาใช้เวลากับตัวเอง และไม่มีแรงจะพูดคุยกับคนอื่น แต่การปล่อยให้ตัวเองอยู่คนเดียวไปเรื่อยๆ อาจกลายเป็นการขยายความรู้สึกโดดเดี่ยวในใจ จนเราคิดว่าไม่มีใครเข้าใจ รวมทั้งอาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกไม่กล้าที่จะเข้ามาพูดคุย หรือให้กำลังใจกับเรา ดังนั้นการเปิดรับพลังจากคนรอบข้างโดยการยอมรับ หรือขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ตัว การเข้าร่วมกิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น จึงถือเป็นแนวทางที่ดีในการรักษาความสัมพันธ์เอาไว้และเพิ่มพลังบวกให้กับตัวเอง

3. สร้างความหมายใหม่ในชีวิต

เมื่อเราสูญเสียคนที่รัก มักทำให้เรารู้สึกเหมือนชีวิตหยุดนิ่ง ดังนั้นสิ่งที่ช่วยเยียวยาได้ ไม่ใช่การบังคับตัวเองให้ลืม แต่คือการ “สร้างความหมายใหม่” ให้กับชีวิตหลังจากนั้น ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เราได้ตีความ ตกตะกอน หรือเรียนรู้จากความสูญเสียที่เผชิญ โดยอาจจะมีช่วงเวลาให้ได้ระลึกถึงคนที่จากไป เช่น การเขียนจดหมาย หรือมีมุมเล็ก ๆ ในบ้านเพื่อเก็บความทรงจำ การเข้าร่วมกิจกรรม หรือสานต่อกิจกรรมที่สะท้อนถึงสิ่งที่ผู้จากไปให้ความสำคัญ การกลับมาให้ความสำคัญกับคนที่เรารัก และใช้เวลาร่วมกันให้คุ้มค่า หรือการใช้ประสบการณ์ที่เราได้เผชิญเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานหรือแบ่งปันให้ผู้อื่นได้เรียนรู้

ทั้งนี้ อย่าลืมว่า เราไม่ได้กำลังใช้ชีวิตแทนผู้ที่จากไป หรือยึดติดกับอดีตจนลืมชีวิตของตัวเอง แต่เราเพียงแค่เลือกหยิบสิ่งที่เขารัก หรือคุณค่าที่เขายึดถือ มารวมกับเส้นทางชีวิตของเรา เพื่อให้เขายังคงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ามากขึ้น

4. เปิดพื้นที่ให้ทั้งความเศร้าและความสุขอยู่ร่วมกัน

บางคนมองว่าการมีความสุขหลังการเสียใครสักคนเป็นเรื่องผิด เพราะเป็นการ “ทรยศ” ต่อคนที่จากไป แต่จากโมเดลของ Lois Tonkin (1996) ได้ชวนมองในมุมใหม่ว่า การสูญเสียทำให้เกิดวงกลมความเศร้าในใจเรา เมื่อเวลาผ่านไปความเศร้านั้นจะไม่ได้เล็กลง แต่เรามีการเติบโตมากขึ้น จนสามารถมีพื้นที่ให้ทั้งความเจ็บปวดและความสุขอยู่ร่วมกันได้

ดังนั้น เราจึงสามารถหัวเราะ มีช่วงเวลาสบายใจ หรือสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ระหว่างโศกเศร้าได้ โดยที่เราไม่ได้หนีความเจ็บปวด แต่ไม่ปล่อยให้มันกลืนกินชีวิตทั้งหมดของเราไป ลองอนุญาตให้ตัวเองยิ้ม หัวเราะ หรือทำกิจกรรมที่เคยชอบ โดยไม่รู้สึกผิด หรือค่อยๆ กลับมาพูด หรือ เล่าถึงเรื่องราวของคนที่จากไปในวงสนทนาให้มากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งความทรงจำที่คิดถึง และในมุมที่ตลก สนุกสนานของเขา เพื่อให้เราได้เรียนรู้ที่จะคิดถึง หรือ นึกถึงความทรงจำของเขาด้วยรอยยิ้ม

สุดท้ายนี้ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับความสูญเสีย ไม่ใช่แค่การที่เราจะพยายาม “อยู่ให้ได้” ด้วยการลืม หรือ ทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น แต่มันคือการที่เราต้องหาแนวทางว่าจะ “อยู่ยังไง” ให้เราสามารถใช้ชีวิต และเติบโตต่อไปได้ ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีกระบวนการที่แตกต่างกันไป ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการฟังเสียงของตัวเอง และให้เวลากับตัวเองในการค่อยๆ หาทางที่พอเหมาะ และ พอดีกับตัวเองให้มากที่สุด

🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱

🔆 อยากนัดหมายเพื่อปรึกษากับนักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W

🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/

Picture of ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ

ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ

นักจิตวิทยาการปรึกษา on mind way counseling center

Tags :
Share This Post :

Related Post

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง “การให้อภัยตัวเอง” ทำได้ยังไงบ้าง 1. ยอมรับความผิดพลาดโดยไม่ตัดสินตัวเอง การยอมรับความผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้ หรือยอมรับว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่คือการเข้าใจว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ยังมีสิ่งที่ไม่รู้ ไม่แน่ใจ และความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การยอมรับความจริง เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต 2. แยก “การกระทำ” ออกจาก “คุณค่าในตัวเอง” ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตัวตนของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงพฤติกรรม การกระทำ หรือการตัดสินใจในบางช่วงเวลา และบางสถานการณ์ ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเราเสมอไป เมื่อเราแยกความผิดพลาดออกจากคุณค่าในตัวเองได้ เราจะมองตัวเองอย่างเป็นธรรมมากขึ้น และไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดมากำหนดว่าเราเป็นใคร 3. ใช้คำพูดเชิงบวกกับตัวเอง การพูดกับตัวเองในแง่ลบ เช่น “ทำไมถึงทำแบบนี้” หรือ “ทำไมไม่เก่งเหมือนคนอื่น” มักทำให้เรารู้สึกแย่ และบั่นทอนความมั่นใจ ลองปรับมาใช้คำพูดที่อ่อนโยนและเป็นจริงกับตัวเองมากขึ้น เช่น “เราทำดีที่สุดแล้วในสถานการณ์นั้น” หรือ “ทุกคนล้วนมีวันที่ไม่สมบูรณ์แบบ” คำพูดเหล่านี้ช่วยให้ใจเราผ่อนคลาย และให้อภัยตัวเองได้ง่ายขึ้น 4. ตั้งขอบเขตและนิยามของคำว่า “ให้อภัยตัวเอง” ให้ชัดเจน การให้อภัยตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการลืมความผิดพลาด หรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คือการตั้งขอบเขตในใจ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดมาทำร้ายเราอย่างต่อเนื่อง และไม่ให้ความรู้สึกผิดนั้นมาควบคุมการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน การให้อภัยตัวเองคือ การยอมรับและรับผิดชอบต่อความผิดพลาด พร้อมกับเรียนรู้ และให้โอกาสตัวเองได้เติบโต โดยไม่ให้ความผิดพลาดกลายเป็นอุปสรรคที่ฉุดรั้งชีวิต

“ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญง่ายๆ ที่มีความหมายกับใจ

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง

Read More »
"ความหวังดี" เป็นสิ่งที่หลายคนอยากมอบให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว แฟน หรือเพื่อน เพราะเราตั้งใจดี อยากให้อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือหลุดพ้นจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ในบางครั้ง หาก “ความหวังดี” นั้นไม่มีขอบเขต ก็อาจทำให้เราลืมตัว และเผลอทำสิ่งที่เกินขอบเขต จนกลายเป็นผลกระทบทางลบต่อความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

4 “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต จนส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์

บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

Read More »
รักตัวเอง

รักตัวเองอย่างไร ในมุมนักจิตวิทยา

การรักตัวเอง (Self-Love) เป็นคำที่หลายคนคุ้นหูแต่ความหมายของคำนี้กลับถูกตีความไปหลากหลายรูปแบบ บางครั้งอาจถูกเข้าใจว่าเป็นการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หรือการตามใจตัวเองมากเกินไป บทความนี้จะชวนมาทำความเข้าใจคำนี้ ในมุมมองของนักจิตวิทยากันให้มากขึ้น

Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save