ต้องเครียดแค่ไหน ถึงควรปรึกษานักจิตวิทยา? ??

เครียด
ปัญหาสุขภาพจิต ทั้งประเด็นของ “เครียด” “ซึมเศร้า” “วิตกกังวล” หรือ “ภาวะหมดไฟ” กลายเป็นคำที่คุ้นหู และคุ้นตามากขึ้นจากข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งการเรียนรู้ เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิตมากขึ้นนั้น ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บุคคลเปิดใจและสนใจที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริการการช่วยเหลือทางสุขภาพจิตอย่างการพูดคุยกับนักจิตวิทยาการปรึกษามากขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามการรับบริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยากับนักจิตวิทยาการปรึกษานั้น ก็ยังถือว่าเป็นรูปแบบของบริการที่ค่อนข้างใหม่ในประเทศไทย ดังนั้นหลายคนก็อาจจะมีความสงสัย หรือมีคำถามว่า “ต้องมีปัญหาแค่ไหน” หรือ “เมื่อไหร่ที่เราควรไปหานักจิตวิทยา”

ต้องบอกก่อนว่าคำถามนี้ไม่ได้มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุด ข้อมูลที่รวบรวมมาเป็นเพียงตัวช่วยที่ให้ทุกคนได้ลองกลับมาสังเกตสุขภาพใจของตนเองว่ากำลังเป็นอย่างไร และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่จะต้องมองหาความช่วยเหลือจากบุคคลรอบข้าง หรือผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็นจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาการปรึกษา โดยเราจะแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก

ประเด็นที่ 1 : เมื่อคุณเจอกับปัญหาบางอย่างในการดำเนินชีวิต

  • เมื่อคุณเจอการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิต ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมอย่างการย้ายโรงเรียน การเปลี่ยนงาน หรือเจอกับการเปลี่ยนแปลงทางบทบาทบางอย่างในชีวิต อย่างการกลายเป็นพ่อ-แม่ การเกษียณ หรือการหยุดทำงานแล้วกลับมาอยู่บ้าน
  • เมื่อคุณประสบกับกับเหตุการณ์ที่มีผลกระทบทางจิตใจ อย่างการสูญเสีย การเจอกับอุบัติเหตุร้ายแรง การเจอกับความรุนแรงทั้งทางร่างกาย และจิตใจจากบุคคลอื่น หรือแม้กระทั่งเป็นหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงหรือมีความสูญเสีย
  • เมื่อคุณพบกับความเครียด หรือความไม่สบายใจในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นจากการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์ หรือสถานการณ์ในสังคม

แน่นอนว่าเมื่อเจอกับสถานการณ์ข้างต้น ทุกคนย่อมเกิดความรู้สึกทางลบขึ้นไม่มากก็น้อย ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของอารมณ์ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรับรู้ว่าปัญหาที่เกิดทำให้คุณภาพในการใช้ชีวิตของคุณลดลง ปัญหาเหล่านั้นส่งผลกระทบให้ประสิทธิภาพในการเรียนหรือการทำงานของคุณลดลง คุณเริ่มมีปัญหาในการจัดการอารมณ์ และมีปัญหาในความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ก็อาจจะเป็นสัญญาณที่คุณอาจจะต้องนึกถึงถึงการมาหานักจิตวิทยาเพื่อพูดคุย ทำความเข้าใจ ยอมรับและหาทางจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น

 

ประเด็นที่ 2 : เมื่อคุณอยากที่จะพัฒนาและทำความเข้าใจตนเองให้มากขึ้น

  • เมื่อคุณอยากที่จะหาสิ่งที่ตนเองสนใจ สิ่งที่ตนเองอยากทำ อยากหาเป้าหมายและแนวทางที่จะไปถึงเป้าหมายที่คุณให้ความสำคัญในชีวิต
  • เมื่อคุณอยากที่จะพัฒนาทักษะของตัวคุณเอง เช่น ทักษะการสื่อสารกับคนรอบข้าง ทักษะการรับมือกับปัญหา แนวทางการดูแลใจของตัวเอง รวมไปถึงแนวทางในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
  • เมื่อคุณอยากที่จะตระหนักในความคิด ความรู้สึก และเข้าใจตนเองให้มากขึ้น เพื่อให้เห็นถึงรูปแบบความคิด รูปแบบการตัดสินใจ เพื่อนำไปสู่การมองเห็นจุดแข็งและแนวทางในการพัฒนาข้อจำกัดของตนเอง

 

จะเห็นได้ว่าการมาหานักจิตวิทยานั้นไม่ได้จำกัดแค่การมาเพื่อหาทางจัดการหรือหาทางออกจากปัญหาที่เจอเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยให้คุณได้มาพัฒนาและทำความเข้าใจตนเองมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งในการพูดคุยกับนักจิตวิทยา คุณจะได้มีโอกาสสำรวจและทำความเข้าใจตนเองเพื่อให้คุณได้มองเห็นแนวทางในการจัดการกับปัญหาหรือแนวทางในการพัฒนาตนเองได้อย่างเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด

 

🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱

🔆 อยากปรึกษานักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W

🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/

Picture of ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ (ภูเขา)

ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ (ภูเขา)

นักจิตวิทยาการปรึกษา on mind way counseling center

Tags :
Share This Post :

Related Post

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง “การให้อภัยตัวเอง” ทำได้ยังไงบ้าง 1. ยอมรับความผิดพลาดโดยไม่ตัดสินตัวเอง การยอมรับความผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้ หรือยอมรับว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่คือการเข้าใจว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ยังมีสิ่งที่ไม่รู้ ไม่แน่ใจ และความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การยอมรับความจริง เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต 2. แยก “การกระทำ” ออกจาก “คุณค่าในตัวเอง” ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตัวตนของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงพฤติกรรม การกระทำ หรือการตัดสินใจในบางช่วงเวลา และบางสถานการณ์ ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเราเสมอไป เมื่อเราแยกความผิดพลาดออกจากคุณค่าในตัวเองได้ เราจะมองตัวเองอย่างเป็นธรรมมากขึ้น และไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดมากำหนดว่าเราเป็นใคร 3. ใช้คำพูดเชิงบวกกับตัวเอง การพูดกับตัวเองในแง่ลบ เช่น “ทำไมถึงทำแบบนี้” หรือ “ทำไมไม่เก่งเหมือนคนอื่น” มักทำให้เรารู้สึกแย่ และบั่นทอนความมั่นใจ ลองปรับมาใช้คำพูดที่อ่อนโยนและเป็นจริงกับตัวเองมากขึ้น เช่น “เราทำดีที่สุดแล้วในสถานการณ์นั้น” หรือ “ทุกคนล้วนมีวันที่ไม่สมบูรณ์แบบ” คำพูดเหล่านี้ช่วยให้ใจเราผ่อนคลาย และให้อภัยตัวเองได้ง่ายขึ้น 4. ตั้งขอบเขตและนิยามของคำว่า “ให้อภัยตัวเอง” ให้ชัดเจน การให้อภัยตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการลืมความผิดพลาด หรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คือการตั้งขอบเขตในใจ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดมาทำร้ายเราอย่างต่อเนื่อง และไม่ให้ความรู้สึกผิดนั้นมาควบคุมการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน การให้อภัยตัวเองคือ การยอมรับและรับผิดชอบต่อความผิดพลาด พร้อมกับเรียนรู้ และให้โอกาสตัวเองได้เติบโต โดยไม่ให้ความผิดพลาดกลายเป็นอุปสรรคที่ฉุดรั้งชีวิต

“ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญง่ายๆ ที่มีความหมายกับใจ

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง

Read More »
"ความหวังดี" เป็นสิ่งที่หลายคนอยากมอบให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว แฟน หรือเพื่อน เพราะเราตั้งใจดี อยากให้อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือหลุดพ้นจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ในบางครั้ง หาก “ความหวังดี” นั้นไม่มีขอบเขต ก็อาจทำให้เราลืมตัว และเผลอทำสิ่งที่เกินขอบเขต จนกลายเป็นผลกระทบทางลบต่อความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

4 “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต จนส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์

บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

Read More »
รักตัวเอง

รักตัวเองอย่างไร ในมุมนักจิตวิทยา

การรักตัวเอง (Self-Love) เป็นคำที่หลายคนคุ้นหูแต่ความหมายของคำนี้กลับถูกตีความไปหลากหลายรูปแบบ บางครั้งอาจถูกเข้าใจว่าเป็นการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หรือการตามใจตัวเองมากเกินไป บทความนี้จะชวนมาทำความเข้าใจคำนี้ ในมุมมองของนักจิตวิทยากันให้มากขึ้น

Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save