เมื่อไหร่…ถึงควรเปลี่ยนงาน ? 5 คำถาม Job hopping แบบฟังเสียงใจของตัวเอง

เปลี่ยนงาน
Job Hopper หมายถึง บุคคลที่เปลี่ยนงานบ่อยครั้งในระยะเวลาอันสั้น อาจจะทุก 1-2 ปี หรือน้อยกว่านั้น ในที่นี้บางคนที่มีความชัดเจนกับการตัดสินใจของตัวเอง การตัดสินใจหางานใหม่อาจจะมาจากเหตุผลที่ไตร่ตรองมาแล้ว ทั้งอยากค้นหาความท้าทายใหม่ ๆ หรือมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นแรงผลักดันในชีวิต

ในขณะที่บางคน…เลือกเปลี่ยนงานเพราะเห็นคนอื่นเปลี่ยนแล้วดี หรือเพราะแค่รู้สึกเบื่อหน่ายกับงานปัจจุบัน หรือในทางกลับกันบางคน…เลือกที่จะ ทน อยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ดี เพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง หรือความไม่แน่นอน

ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังลังเล หรือไม่แน่ใจกับการเปลี่ยนแปลงงานที่ทำอยู่ บทความนี้จะชวนกลับมาสำรวจใจ และความต้องการของตัวเองด้วย 5 คำถามนี้

คำถามที่ 1 : อะไรคือสิ่งที่เรา ไม่ชอบ ที่สุดในงานปัจจุบัน และอะไรคือสิ่งที่เรา อยากได้ จากงานใหม่

คำถามนี้จะทำให้เราเห็นว่าปัญหาจริงๆ ของงานที่เราทำอยู่คืออะไร และหากเรากำลังมองหางานใหม่ เราจะเห็นชัดขึ้นว่าเราต้องมองหาอะไร และหลีกเลี่ยงอะไรที่จะไม่ทำให้เราเจอปัญหาเดิมซ้ำอีก

คำถามที่ 2 : เราเคยได้พยายามแก้ไขปัญหาหรือพูดคุยกับหัวหน้า/หน่วยงาน เกี่ยวกับความไม่พอใจของเราไหม

คำถามนี้จะทำให้เราได้กลับมาทบทวนว่า ปัญหาในที่ทำงานมีแนวทางในการแก้ไขหรือไม่ เพราะหากเราไม่เคยสื่อสาร การสื่อสารอาจช่วยให้เกิดการปรับในการทำงานที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น แต่หากเคยสื่อสารแล้วแต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็อาจช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

คำถามที่ 3 : เป้าหมายระยะยาวในอาชีพของเราคืออะไร และงานใหม่นี้จะช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าหมายนั้นได้ยังไงบ้าง

คำถามนี้ทำให้เราได้กลับมาทบทวน และตั้งเป้าหมายของตัวเอง ว่าเราอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ซึ่งจะช่วยให้เราประเมินได้ว่างานที่เรากำลังทำ และงานใหม่ที่เรากำลังตัดสินใจนั้น มีความสอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคตของเราแตกต่างกันอย่างไร

คำถามที่ 4 : ลองประเมินทักษะและความสามารถของตัวเองในตอนนี้ ว่ามีอะไรที่เราต้องพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้เราได้โอกาสที่ดีในงานใหม่หรือไม่

คำถามนี้เป็นการกลับมาสำรวจจุดแข็ง และจุดที่ต้องพัฒนาของตัวเอง เพื่อให้รู้ว่าเรามีทักษะอะไรที่ทำได้ดี และอะไรที่เรายังขาดไปสำหรับตำแหน่ง หรืองานใหม่ เพื่อพัฒนาตัวเองให้มีโอกาสมากขึ้นที่จะได้งานใหม่ที่ต้องการ และได้รับข้อเสนอที่ดีกว่างานที่กำลังทำอยู่

คำถามที่ 5 : หากเรายังคงอยู่ในงานปัจจุบันต่อไปอีก 1-2 ปี เราจะรู้สึกยังไง? เราจะมีโอกาสเติบโตขึ้นไหม?

คำถามนี้ชวนให้เราจินตนาการถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นหากเราตัดสินใจที่จะทำงานที่ทำอยู่ต่อไป โดยประเมินจากสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญในปัจจุบัน เพื่อให้เห็นว่าเราจะได้ประโยชน์ หรือเสียโอกาสอะไรบ้างจากการตัดสินใจของเรา

สุดท้ายนี้ การจะหางานใหม่ ไม่ใช่เรื่องผิด หากเป็นการตัดสินใจที่มาจากตัวเราเอง มีการคิดอย่างรอบคอบและมีเป้าหมายที่ชัดเจน ลองกลับมาฟังเสียงหัวใจ และความต้องการของตัวเองให้มากขึ้น เพราะมันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณ เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนทั้งในชีวิตและในเส้นทางอาชีพของเรา

 

🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱

🔆 อยากนัดหมายเพื่อปรึกษากับนักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W

🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/

Picture of ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ

ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ

นักจิตวิทยาการปรึกษา on mind way counseling center

Tags :
Share This Post :

Related Post

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง “การให้อภัยตัวเอง” ทำได้ยังไงบ้าง 1. ยอมรับความผิดพลาดโดยไม่ตัดสินตัวเอง การยอมรับความผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้ หรือยอมรับว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่คือการเข้าใจว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ยังมีสิ่งที่ไม่รู้ ไม่แน่ใจ และความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การยอมรับความจริง เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต 2. แยก “การกระทำ” ออกจาก “คุณค่าในตัวเอง” ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตัวตนของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงพฤติกรรม การกระทำ หรือการตัดสินใจในบางช่วงเวลา และบางสถานการณ์ ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเราเสมอไป เมื่อเราแยกความผิดพลาดออกจากคุณค่าในตัวเองได้ เราจะมองตัวเองอย่างเป็นธรรมมากขึ้น และไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดมากำหนดว่าเราเป็นใคร 3. ใช้คำพูดเชิงบวกกับตัวเอง การพูดกับตัวเองในแง่ลบ เช่น “ทำไมถึงทำแบบนี้” หรือ “ทำไมไม่เก่งเหมือนคนอื่น” มักทำให้เรารู้สึกแย่ และบั่นทอนความมั่นใจ ลองปรับมาใช้คำพูดที่อ่อนโยนและเป็นจริงกับตัวเองมากขึ้น เช่น “เราทำดีที่สุดแล้วในสถานการณ์นั้น” หรือ “ทุกคนล้วนมีวันที่ไม่สมบูรณ์แบบ” คำพูดเหล่านี้ช่วยให้ใจเราผ่อนคลาย และให้อภัยตัวเองได้ง่ายขึ้น 4. ตั้งขอบเขตและนิยามของคำว่า “ให้อภัยตัวเอง” ให้ชัดเจน การให้อภัยตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการลืมความผิดพลาด หรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คือการตั้งขอบเขตในใจ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดมาทำร้ายเราอย่างต่อเนื่อง และไม่ให้ความรู้สึกผิดนั้นมาควบคุมการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน การให้อภัยตัวเองคือ การยอมรับและรับผิดชอบต่อความผิดพลาด พร้อมกับเรียนรู้ และให้โอกาสตัวเองได้เติบโต โดยไม่ให้ความผิดพลาดกลายเป็นอุปสรรคที่ฉุดรั้งชีวิต

“ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญง่ายๆ ที่มีความหมายกับใจ

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง

Read More »
"ความหวังดี" เป็นสิ่งที่หลายคนอยากมอบให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว แฟน หรือเพื่อน เพราะเราตั้งใจดี อยากให้อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือหลุดพ้นจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ในบางครั้ง หาก “ความหวังดี” นั้นไม่มีขอบเขต ก็อาจทำให้เราลืมตัว และเผลอทำสิ่งที่เกินขอบเขต จนกลายเป็นผลกระทบทางลบต่อความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

4 “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต จนส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์

บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

Read More »
รักตัวเอง

รักตัวเองอย่างไร ในมุมนักจิตวิทยา

การรักตัวเอง (Self-Love) เป็นคำที่หลายคนคุ้นหูแต่ความหมายของคำนี้กลับถูกตีความไปหลากหลายรูปแบบ บางครั้งอาจถูกเข้าใจว่าเป็นการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หรือการตามใจตัวเองมากเกินไป บทความนี้จะชวนมาทำความเข้าใจคำนี้ ในมุมมองของนักจิตวิทยากันให้มากขึ้น

Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save