เคยไหม… ทักไลน์ไปหาเพื่อน แล้วผ่านไปตั้ง 3 ชั่วโมงก็ยังไม่อ่านไม่ตอบ เสียงในหัวเริ่มดังขึ้นมาเองว่า “เขาไม่ตอบไลน์เรา เค้าต้องโกรธเราแน่ๆ”
สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน และมักทำให้เรารู้สึกกลัว กังวล หรือเฟ้อคิดไปไกลกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ทั้งที่ถ้าลองหยุดหายใจลึก ๆ แล้วถามตัวเองดูดี ๆ ว่า “เค้าไม่ได้ตอบไลน์เรา แต่เค้าได้บอกว่าเค้าโกรธเราหรอ?” เราจะเริ่มเห็นแล้วว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสิ่งที่เรา ตีความ ไม่ได้เหมือนกันเสมอไป
แล้ว Fact vs Perception ต่างกันยังไง?
Fact – ข้อเท็จจริง
ข้อเท็จจริง คือข้อมูลที่เป็นรูปธรรม สามารถวัด ประเมินค่า หรือยืนยันได้ และเป็นเรื่องที่ทุกคนรับรู้ตรงกัน ตัวอย่างเช่น
-
กาแฟแก้วนี้ราคา 150 บาท
-
เมื่อวานตอนตอบ Quiz ในห้องได้ 5 คะแนน
-
เพื่อนชวนเราไปกินข้าวมาเมื่อวาน
ข้อความเหล่านี้เป็น “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง” ไม่ได้มีการเติมสีสันทางอารมณ์หรือการตีความจากเราเข้าไป
Perception – การรับรู้/การตีความ
Perception คือการรับรู้ที่เกิดขึ้นจากชุดความคิด มุมมอง และประสบการณ์ของเราเอง ทำให้เรามองสิ่งเดียวกันต่างกันไปในแต่ละคน ตัวอย่างเช่น
-
กาแฟแก้วนี้ตั้ง 150 แพงจังเลย
-
Quiz เมื่อวานได้ 5 คะแนนเอง น้อยมาก เราไม่เก่งเลยจริง ๆ
-
เพื่อนชวนเราไปกินข้าวด้วย เค้าต้องชอบเราแน่เลย
จะเห็นว่าข้อความกลุ่มนี้ ไม่ได้บอกแค่ “สิ่งที่เกิดขึ้น” แต่มีความรู้สึกและการตีความของเราใส่เข้าไปด้วยแล้ว
ทำไมการแยก Fact กับ Perception ถึงสำคัญ?
การแยกสองอย่างนี้ออกจากกัน จะช่วยให้เรา “ถอยออกมาเห็นความคิดของตัวเอง” ได้ชัดขึ้น และกลับมาทบทวนว่า ความเชื่อที่ทำให้เรารู้สึกแย่นั้น เป็นเรื่องจริงเสมอไปหรือเปล่า
ลองดูตัวอย่างสถานการณ์นี้:
-
Fact (สิ่งที่เกิดขึ้นจริง) : เราสอบวิชาไฟนอลล่าสุดได้ B+ และเพื่อนเดินมาบอกว่า “เราเรียนเก่งจัง ได้ตั้ง B+ แน่ะ”
-
Perception (สิ่งที่เราตีความ) “เค้าไม่ได้ชมจริงหรอก เพื่อนคงกำลังเยาะเย้ยเราอยู่แน่ ๆ ที่ไม่ได้ A”
ทั้งที่ถ้ามองตามข้อเท็จจริง เราเพิ่งได้ยินประโยคที่เป็น “คำชม” แต่เพราะ Perception ที่เรามีต่อคำพูดนั้น ทำให้เราเปลี่ยนมันให้กลายเป็นคำเยาะเย้ยในหัวของตัวเองแทน จนสุดท้ายเรารู้สึกแย่ ทั้ง ๆ ที่อาจไม่มีใครตั้งใจให้เป็นแบบนั้นเลย
ถ้าเราลองเปลี่ยน Perception ด้วยการพิจารณาความเป็นไปได้อื่น ๆ บ้าง เช่น
-
เพื่อนก็อาจจะ ชมจริง ๆ ก็ได้ เขาก็ชื่นชมคนอื่นที่ได้ A เหมือนกัน
-
อาจจะเป็นเราเองที่มองว่าได้ B+ มันดีไม่พอ เลยให้ความหมายว่าเพื่อนจะมาเยาะเย้ยเรา
เราจะเริ่มเห็นช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง” กับ “สิ่งที่เราเล่าเพิ่มในหัวตัวเอง” ชัดขึ้น และใจเราก็มักจะเบาลงตามไปด้วย
ดังนั้นก่อนจะเชื่อเสียงในหัว ลองถามตัวเองก่อน…
ครั้งหน้าก่อนที่เราจะปักใจเชื่อว่า สิ่งที่เราคิดนั้นคือ “ความจริง” ลองหยุดถามตัวเองสักนิดว่า นี่คือข้อเท็จจริง หรือสิ่งที่เราตีความ? คำถามสั้น ๆ นี้อาจช่วยให้เราไม่ต้องเหนื่อยใจกับความเชื่อทางลบของตัวเองมากเกินไป และค่อย ๆ พาตัวเองกลับมาอยู่ใกล้กับ “ความจริง” ที่อ่อนโยนกับเรามากกว่าเดิม
🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱
🔆 อยากนัดหมายเพื่อปรึกษากับนักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W
🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/


