“ไม่มี Passion” ก็ไม่เป็นไร | การค้นหาความสุขในแบบที่เราต้องการ

ไม่มี passion
Passion หรือ ความหลงไหล คือความกระตือรือร้นที่เรามีให้กับสิ่งที่เราชอบ เช่น งานที่ทำ กิจกรรมที่เรารัก หรือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขในทุกๆ วัน การมี Passion ทำให้เรารู้สึกมีความหมายในชีวิตและผลักดันให้เราพยายามทำสิ่งที่ชอบให้ดีที่สุด แต่แล้วถ้าเราไม่มี Passion ล่ะ? จะเป็นเรื่องแปลกไหม?

หลายคนมักสงสัยว่า การใช้ชีวิตโดยไม่มี Passion คือสิ่งที่แปลก หรืแผิดปกติหรือไม่? คำตอบคือ ไม่แปลก และมันก็เป็น เรื่องปกติสำหรับคนที่ไม่ได้มุ่งเน้นหรือทุ่มเทให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องพยายามหาความหมายชีวิตจากการมี Passion เดียว แต่อาจจะลองใช้เวลาในการค้นหาสิ่งที่เราชอบหรือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขในแต่ละวัน โดยไม่ต้องรีบร้อนหาความหมายจากสิ่งเดียวให้เจอ

แล้วเพราะอะไรถึงเป็นเรื่องปกติ?

1. การเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต
การไม่ได้มี Passion ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สนใจอะไรเลย แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองสิ่งใหม่ๆ ที่เราอาจจะยังไม่เคยคิดถึงหรือไม่เคยลอง เช่น การทดลองงานใหม่ๆ หรือการเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ ที่สามารถเปิดโลกทัศน์และทำให้เราเจอกับโอกาสที่ดีที่คนอื่นมองข้ามไป

2. การให้คุณค่ากับชีวิตที่มีความสมดุล
บางครั้งการที่เราไม่ได้โฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เรามีชีวิตที่มีความสมดุลมากขึ้น การทำหลายๆ อย่างในชีวิตไปพร้อมกัน เช่น การเรียน การทำงาน และการใช้เวลากับคนที่เรารัก ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป

3. การอยู่ในช่วงของการเรียนรู้และเติบโต
การค้นหาความหมายในชีวิตและ Passion อาจต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะบางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าจะรักหรือหลงไหลอะไรจริงๆ ในตอนนี้ การให้เวลาและพื้นที่ตัวเองได้เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิต คือการเติบโตและการเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ที่จะทำให้เราได้เจอสิ่งที่เราชอบในที่สุด

4. การไม่เร่งรีบในการเลือกสิ่งที่ไม่ใช่สำหรับตัวเอง
ความกดดันในการหาความหมายชีวิตจาก Passion อาจทำให้เราตัดสินใจเลือกสิ่งที่ไม่ใช่สำหรับตัวเอง บางครั้งการให้เวลากับตัวเองในการเลือกสิ่งที่ต้องการจะช่วยให้เราเจอกับสิ่งที่สอดคล้องกับตัวตนและความต้องการของเราได้มากกว่า

ความสุขในปัจจุบันคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

การใช้เวลาค้นหาตัวเองหรือความสุขจากสิ่งเล็กๆ ในชีวิตทุกวัน ก็สามารถช่วยให้เราเจอกับ Passion ได้ในที่สุด บางครั้งเราต้องยอมให้ตัวเองได้พักผ่อนและสนุกกับสิ่งที่ทำให้เราเพลิดเพลินในแต่ละวัน เช่น การใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อน การลองกิจกรรมใหม่ๆ หรือแค่การนั่งดูภาพยนตร์ที่ชอบ นั่นแหละคือการหาความสุขในปัจจุบันที่จะนำไปสู่การค้นพบสิ่งที่ใช่ในอนาคต

🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱

🔆 อยากนัดหมายเพื่อปรึกษากับนักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W

🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/

Picture of ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ

ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ

นักจิตวิทยาการปรึกษา on mind way counseling center

Tags :
Share This Post :

Related Post

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง “การให้อภัยตัวเอง” ทำได้ยังไงบ้าง 1. ยอมรับความผิดพลาดโดยไม่ตัดสินตัวเอง การยอมรับความผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้ หรือยอมรับว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่คือการเข้าใจว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ยังมีสิ่งที่ไม่รู้ ไม่แน่ใจ และความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การยอมรับความจริง เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต 2. แยก “การกระทำ” ออกจาก “คุณค่าในตัวเอง” ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตัวตนของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงพฤติกรรม การกระทำ หรือการตัดสินใจในบางช่วงเวลา และบางสถานการณ์ ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเราเสมอไป เมื่อเราแยกความผิดพลาดออกจากคุณค่าในตัวเองได้ เราจะมองตัวเองอย่างเป็นธรรมมากขึ้น และไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดมากำหนดว่าเราเป็นใคร 3. ใช้คำพูดเชิงบวกกับตัวเอง การพูดกับตัวเองในแง่ลบ เช่น “ทำไมถึงทำแบบนี้” หรือ “ทำไมไม่เก่งเหมือนคนอื่น” มักทำให้เรารู้สึกแย่ และบั่นทอนความมั่นใจ ลองปรับมาใช้คำพูดที่อ่อนโยนและเป็นจริงกับตัวเองมากขึ้น เช่น “เราทำดีที่สุดแล้วในสถานการณ์นั้น” หรือ “ทุกคนล้วนมีวันที่ไม่สมบูรณ์แบบ” คำพูดเหล่านี้ช่วยให้ใจเราผ่อนคลาย และให้อภัยตัวเองได้ง่ายขึ้น 4. ตั้งขอบเขตและนิยามของคำว่า “ให้อภัยตัวเอง” ให้ชัดเจน การให้อภัยตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการลืมความผิดพลาด หรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คือการตั้งขอบเขตในใจ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดมาทำร้ายเราอย่างต่อเนื่อง และไม่ให้ความรู้สึกผิดนั้นมาควบคุมการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน การให้อภัยตัวเองคือ การยอมรับและรับผิดชอบต่อความผิดพลาด พร้อมกับเรียนรู้ และให้โอกาสตัวเองได้เติบโต โดยไม่ให้ความผิดพลาดกลายเป็นอุปสรรคที่ฉุดรั้งชีวิต

“ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญง่ายๆ ที่มีความหมายกับใจ

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง

Read More »
"ความหวังดี" เป็นสิ่งที่หลายคนอยากมอบให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว แฟน หรือเพื่อน เพราะเราตั้งใจดี อยากให้อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือหลุดพ้นจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ในบางครั้ง หาก “ความหวังดี” นั้นไม่มีขอบเขต ก็อาจทำให้เราลืมตัว และเผลอทำสิ่งที่เกินขอบเขต จนกลายเป็นผลกระทบทางลบต่อความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

4 “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต จนส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์

บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

Read More »
รักตัวเอง

รักตัวเองอย่างไร ในมุมนักจิตวิทยา

การรักตัวเอง (Self-Love) เป็นคำที่หลายคนคุ้นหูแต่ความหมายของคำนี้กลับถูกตีความไปหลากหลายรูปแบบ บางครั้งอาจถูกเข้าใจว่าเป็นการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หรือการตามใจตัวเองมากเกินไป บทความนี้จะชวนมาทำความเข้าใจคำนี้ ในมุมมองของนักจิตวิทยากันให้มากขึ้น

Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save