ปรึกษานักจิตวิทยา แบบคู่รัก
(Couples Counseling)
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ในความสัมพันธ์…
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ในความสัมพันธ์…
- มีปัญหา หรือทะเลาะกันในเรื่องเดิมซ้ำๆ แต่ไม่เคยแก้ได้จริง
- รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจเรา
- อยู่ด้วยกัน แต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว ห่างเหิน
- มีปัญหาเรื่องความไว้ใจ (Trust Issues)
- หนึ่งคนพยายาม อีกคนกลับถอยหนีหรือเงียบ
- ต่างฝ่ายต่างเหนื่อย จนไม่รู้จะเริ่มต้นใหม่อย่างไร
- ยังรัก และอยากรักษาความสัมพันธ์ แต่ไม่รู้จะทำยังไง
-
มีปัญหา หรือทะเลาะกันในเรื่องเดิมซ้ำๆ
แต่ไม่เคยแก้ได้จริง - รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจเรา
- อยู่ด้วยกัน แต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว ห่างเหิน
- มีปัญหาเรื่องความไว้ใจ (Trust Issues)
- หนึ่งคนพยายาม อีกคนกลับถอยหนีหรือเงียบ
- ต่างฝ่ายต่างเหนื่อย จนไม่รู้จะเริ่มต้นใหม่อย่างไร
-
ยังรัก และอยากรักษาความสัมพันธ์
แต่ไม่รู้จะทำยังไง
“ความรัก…ทำให้เราเริ่มต้นความสัมพันธ์ ความเข้าใจ…ทำให้เรามั่นคงในความสัมพันธ์”
ทั้งๆ ที่ยังรัก … แต่เพราะความไม่เข้าใจกัน จึงทำให้เรารู้สึกห่างเหินกันมากขึ้น
ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์เปลี่ยนไป หรืออยู่ในช่วงที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
Couple Counseling จะช่วยให้ทั้งสองได้เข้าใจความต้องการลึกๆ ของกันและกัน
และตัดสินใจด้วยความชัดเจนมากขึ้น
ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์เปลี่ยนไป
หรืออยู่ในช่วงที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
Couple Counseling จะช่วยให้ทั้งสองได้เข้าใจ
ความต้องการลึกๆ ของกันและกันและตัดสินใจ
ด้วยความชัดเจนมากขึ้น
การปรึกษาแบบคู่รัก เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้คุณและ partner ได้กลับมารับฟังความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกัน และทำความเข้าใจปัญหา หรือความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นความห่างเหินกันมากขึ้น (Emotional disconnection)
การปรึกษาแบบคู่รัก เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้คุณ
และ partner ได้กลับมารับฟังความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกัน และทำความเข้าใจปัญหา หรือความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้น
ในความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นความห่างเหิน
กันมากขึ้น (Emotional disconnection)
โดยมีนักจิตวิทยาช่วยสะท้อนให้คู่รักได้เข้าใจถึงความรู้สึก
และสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังความขัดแย้งในความสัมพันธ์
รวมถึงให้เราได้ทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ partner
ไปพร้อมกัน
เพราะปัญหาในความสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ แต่ Couple Counseling จะช่วยให้ทั้งสองคนเข้าใจว่า “เกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา”
และเรียนรู้วิธีการรับมือกับอารมณ์และกลับมารู้สึกผูกพันต่อกันในรูปแบบที่ปลอดภัยมากขึ้น
เพราะปัญหาในความสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ แต่ Couple Counseling จะช่วยให้ทั้งสองคนเข้าใจว่า “เกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา” และเรียนรู้วิธีการรับมือกับอารมณ์และกลับมารู้สึกผูกพันต่อกันในรูปแบบที่ปลอดภัยมากขึ้น
นักจิตวิทยาผู้ให้บริการปรึกษาแบบคู่รัก
ศุภวรรณ ใหญ่เสมอ (เบล)
ซึ่งเป็นแนวทางการบำบัดคู่รักที่ได้รับการวิจัยรองรับอย่างกว้างขวาง
โดยมุ่งเน้นการสร้างความผูกพัน (Attachment) ที่ปลอดภัยระหว่างคู่รัก
โดยไม่ได้มุ่งหาว่าใครถูกหรือผิด แต่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจความต้องการทางอารมณ์
ของกันและกัน และสร้างรูปแบบการสื่อสารที่นำไปสู่ความใกล้ชิด
และความมั่นคงในความสัมพันธ์
ซึ่งเป็นแนวทางการบำบัดคู่รักที่ได้รับการวิจัยรองรับอย่างกว้างขวางโดยมุ่งเน้นการสร้างความผูกพัน (Attachment) ที่ปลอดภัยระหว่างคู่รัก โดยไม่ได้มุ่งหาว่าใครถูกหรือผิด แต่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจความต้องการทางอารมณ์ของกันและกัน และสร้างรูปแบบการสื่อสารที่นำไปสู่ความใกล้ชิด และความมั่นคงในความสัมพันธ์
ประวัติการฝึกอบรม
- Emotionally Focused Couple Therapy Externship,MASEFT (April, 2025)
- Fighting for connection : Emotionally Focused Couple Therapy & Intimate partner Violence,MASEFT (June, 2025)
- Beyond Betrayal : Healing from Affair & Infidelity in Emotionally Focused Couple Therapy,MASEFT (November, 2025)
ขั้นตอนการเข้ารับบริการ
เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบ
และข้อจำกัดในการให้บริการแบบคู่
รวมถึงสำรวจและทำความเข้าใจประเด็น
ปัญหาเบื้องต้น ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
และดำเนินการชำระค่าบริการแล้ว
มุมมองที่มีต่อประเด็น ปัญหาในความสัมพันธ์
รวมถึงรูปแบบการรับมือทางอารมณ์ของแต่ละฝ่าย
ก่อนเข้ารับบริการร่วมกันแบบคู่ ระยะเวลา 60-90 นาที / session
ในราคา 3,000 บาท (บริการภาษาไทย) และ 4,000 บาท (บริการภาษาอังกฤษ)
ขั้นตอนการเข้ารับบริการ
หากสนใจเข้ารับบริการ
หากตัดสินใจเข้ารับบริการ
a: คู่รักจะเข้ารับบริการแยก เพื่อพูดคุยและทำความเข้าใจมุมมอง
ที่มีต่อประเด็นปัญหาในความสัมพันธ์ รวมถึงรูปแบบการรับมือ
ทางอารมณ์ของแต่ละฝ่าย ก่อนเข้ารับบริการร่วมกันแบบคู่
b: ระยะเวลา 60-90 นาที / session
a: คู่รักจะเข้ารับบริการแยก เพื่อพูดคุยและทำความเข้าใจมุมมองที่มีต่อประเด็นปัญหาในความสัมพันธ์ รวมถึงรูปแบบการรับมือทางอารมณ์ของแต่ละฝ่าย ก่อนเข้ารับบริการร่วมกันแบบคู่
b: ระยะเวลา 60-90 นาที / session
a: ระยะเวลา 90-120 นาที / session
ค่าบริการปรึกษาแบบคู่รัก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q : ถ้ารู้สึกว่าปัญหาเกิดจากอีกฝ่ายมากกว่า เรายังควรมาหรือไม่?
ได้ค่ะ
จริง ๆ แล้วนี่เป็นความรู้สึกที่พบได้บ่อยมากในคู่รักที่เข้ามารับบริการ หลายคนรู้สึกว่าหากอีกฝ่ายเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ความสัมพันธ์ก็น่าจะดีขึ้น
และในหลายครั้ง ความรู้สึกนั้นก็มีเหตุผลรองรับจากประสบการณ์ที่เราเผชิญอยู่จริง
อย่างไรก็ตาม ใน Couple Therapy เราจะไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “ใครผิด” หรือ “ใครควรเปลี่ยนก่อน”
แต่จะชวนทั้งคู่มาสำรวจว่า เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราสองคนบ้าง
หลายครั้งเราพบว่า แม้แต่พฤติกรรมที่ทำให้เราเจ็บปวด ก็อาจกำลังเป็นวิธีที่อีกฝ่ายใช้เพื่อรับมือกับความกลัว ความไม่มั่นคง
หรือความต้องการบางอย่างที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง
ไม่ได้หมายความว่าพฤติกรรมนั้นถูกต้อง หรือไม่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ แต่การเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรม
มักช่วยเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายมองเห็นกันและกันได้ลึกขึ้น
ในกระบวนการ Couple Therapy เราจะช่วยให้ทั้งคู่มองเห็น “วงจร” ที่เกิดขึ้นระหว่างกัน มากกว่ามองว่าอีกฝ่ายคือปัญหา
เพราะบ่อยครั้ง สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ติดขัดไม่ใช่ตัวบุคคล แต่เป็นรูปแบบการตอบสนองต่อกันที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างเจ็บปวด
และห่างไกลจากกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเราเริ่มเข้าใจวงจรนั้นได้ชัดขึ้น คู่รักจำนวนมากมักค้นพบว่า แท้จริงแล้วทั้งสองคนกำลังพยายามปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด
และต่างก็ต้องการความรัก ความเข้าใจ และความรู้สึกปลอดภัยจากอีกฝ่ายไม่ต่างกัน
ดังนั้น แม้คุณจะรู้สึกว่าปัญหาเกิดจากอีกฝ่ายมากกว่า การเข้ามาพูดคุยร่วมกันก็ยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ในความสัมพันธ์ได้ลึกขึ้น และค้นหาวิธีเชื่อมโยงกันในรูปแบบใหม่ที่อ่อนโยนต่อกันมากขึ้นค่ะ
ได้ค่ะ
จริง ๆ แล้วนี่เป็นความรู้สึกที่พบได้บ่อยมากในคู่รักที่เข้ามารับบริการ หลายคนรู้สึกว่าหากอีกฝ่ายเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ความสัมพันธ์ก็น่าจะดีขึ้น
และในหลายครั้ง ความรู้สึกนั้นก็มีเหตุผลรองรับจากประสบการณ์ที่เราเผชิญอยู่จริง
อย่างไรก็ตาม ใน Couple Therapy เราจะไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “ใครผิด” หรือ “ใครควรเปลี่ยนก่อน”
แต่จะชวนทั้งคู่มาสำรวจว่า เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราสองคนบ้าง
หลายครั้งเราพบว่า แม้แต่พฤติกรรมที่ทำให้เราเจ็บปวด ก็อาจกำลังเป็นวิธีที่อีกฝ่ายใช้เพื่อรับมือกับความกลัว ความไม่มั่นคงหรือความต้องการบางอย่างที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง
ไม่ได้หมายความว่าพฤติกรรมนั้นถูกต้อง หรือไม่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ แต่การเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมมักช่วยเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายมองเห็นกันและกันได้ลึกขึ้น
ในกระบวนการ Couple Therapy เราจะช่วยให้ทั้งคู่มองเห็น “วงจร” ที่เกิดขึ้นระหว่างกัน มากกว่ามองว่าอีกฝ่ายคือปัญหา
เพราะบ่อยครั้ง สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ติดขัดไม่ใช่ตัวบุคคล แต่เป็นรูปแบบการตอบสนองต่อกันที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างเจ็บปวด และห่างไกลจากกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเราเริ่มเข้าใจวงจรนั้นได้ชัดขึ้น คู่รักจำนวนมากมักค้นพบว่า แท้จริงแล้วทั้งสองคนกำลังพยายามปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดและต่างก็ต้องการความรัก ความเข้าใจ และความรู้สึกปลอดภัยจากอีกฝ่ายไม่ต่างกัน
ดังนั้น แม้คุณจะรู้สึกว่าปัญหาเกิดจากอีกฝ่ายมากกว่า การเข้ามาพูดคุยร่วมกันก็ยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ได้ลึกขึ้น และค้นหาวิธีเชื่อมโยงกันในรูปแบบใหม่ที่อ่อนโยนต่อกันมากขึ้นค่ะ
Q : การปรึกษาแบบคู่ ต่างจากการปรึกษาแบบเดี่ยวอย่างไร?
แม้ว่าทั้งการปรึกษาแบบเดี่ยวและแบบคู่จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการทำความเข้าใจตนเองและอารมณ์ของตน
แต่เป้าหมายและจุดเน้นของกระบวนการมีความแตกต่างกันค่ะ ในการปรึกษาแบบเดี่ยว นักจิตวิทยาจะทำงานโดยมุ่งเน้นที่ประสบการณ์ภายใน
ของผู้รับบริการเป็นหลัก ช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจความคิด อารมณ์ และความต้องการของตนเองมากขึ้น รวมถึงค่อย ๆ พัฒนาความสามารถในการดูแลและรับมือกับความรู้สึกต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ส่วนในการปรึกษาแบบคู่ นักจิตวิทยาจะให้ความสำคัญกับ “สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างกัน”
มากกว่าการมองว่าใครเป็นต้นเหตุของปัญหา เราจะช่วยสะท้อนให้ทั้งสองฝ่ายเห็นรูปแบบการตอบสนองต่อกันในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้ง
รวมถึงอารมณ์และความต้องการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมต่าง ๆ ที่แต่ละคนแสดงออกมา
เมื่อทั้งคู่เริ่มเข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นภายในใจของตัวเองและอีกฝ่าย ความสัมพันธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากการปกป้องตัวเองหรือโต้ตอบกันด้วยความเจ็บปวด ไปสู่การรับฟังและตอบสนองกันด้วยความเข้าใจมากขึ้น หัวใจสำคัญของ Couple Counseling คือการช่วยให้ทั้งสองคนกลับมาอยู่ “ทีมเดียวกัน”
ในการรับมือกับความยากลำบากที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ แทนที่จะรู้สึกว่าต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง หรือยืนอยู่คนละฝั่งของปัญหา
แม้ในบางช่วงของกระบวนการจะมีการพูดคุยแบบรายบุคคล แต่นักจิตวิทยาจะยังคงทำงานภายใต้ภาพรวมของความสัมพันธ์
ซึ่งช่วยให้สามารถสะท้อนวงจรที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่ายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และนำความเข้าใจเหล่านั้นกลับมาใช้ในการทำงานร่วมกันในฐานะคู่รักต่อไป
แม้ว่าทั้งการปรึกษาแบบเดี่ยวและแบบคู่จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการทำความเข้าใจตนเองและอารมณ์ของตนแต่เป้าหมายและจุดเน้นของกระบวนการมีความแตกต่างกันค่ะ ในการปรึกษาแบบเดี่ยว นักจิตวิทยาจะทำงานโดยมุ่งเน้นที่ประสบการณ์ภายในของผู้รับบริการเป็นหลัก ช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจความคิด อารมณ์ และความต้องการของตนเองมากขึ้น รวมถึงค่อย ๆ พัฒนาความสามารถในการดูแลและรับมือกับความรู้สึกต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ส่วนในการปรึกษาแบบคู่ นักจิตวิทยาจะให้ความสำคัญกับ “สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างกัน”
มากกว่าการมองว่าใครเป็นต้นเหตุของปัญหา เราจะช่วยสะท้อนให้ทั้งสองฝ่ายเห็นรูปแบบการตอบสนองต่อกันในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งรวมถึงอารมณ์และความต้องการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมต่าง ๆ ที่แต่ละคนแสดงออกมา
เมื่อทั้งคู่เริ่มเข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นภายในใจของตัวเองและอีกฝ่าย ความสัมพันธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากการปกป้องตัวเองหรือโต้ตอบกันด้วยความเจ็บปวด ไปสู่การรับฟังและตอบสนองกันด้วยความเข้าใจมากขึ้น หัวใจสำคัญของ Couple Counseling คือการช่วยให้ทั้งสองคนกลับมาอยู่ “ทีมเดียวกัน” ในการรับมือกับความยากลำบากที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ แทนที่จะรู้สึกว่าต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง หรือยืนอยู่คนละฝั่งของปัญหาแม้ในบางช่วงของกระบวนการจะมีการพูดคุยแบบรายบุคคล แต่นักจิตวิทยาจะยังคงทำงานภายใต้ภาพรวมของความสัมพันธ์ซึ่งช่วยให้สามารถสะท้อนวงจรที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่ายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และนำความเข้าใจเหล่านั้นกลับมาใช้ในการทำงานร่วมกันในฐานะคู่รักต่อไป
Q : ถ้ามีคนหนึ่งไม่ค่อยอยากมา จะมาปรึกษาได้ไหม
หาก Partner ของคุณรู้สึกกังวล ไม่แน่ใจว่าการมาพบนักจิตวิทยาจะต้องทำอะไรบ้าง หรือกลัวว่าจะถูกตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายผิด ทาง on mind way
มีบริการ Pre-Couple Session ฟรี 30 นาที เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เข้ามาพูดคุยกับนักจิตวิทยา และทำความเข้าใจภาพรวมของกระบวนการ
Couple Counseling ก่อนรวมถึงสอบถามข้อสงสัย พูดคุยเกี่ยวกับความกังวลที่มีก่อนตัดสินใจเริ่มกระบวนการเนื่องจากเราเชื่อว่าความรู้สึกพร้อม
และความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำงานร่วมกัน
หาก Partner ของคุณรู้สึกกังวล ไม่แน่ใจว่าการมาพบนักจิตวิทยาจะต้องทำอะไรบ้าง หรือกลัวว่าจะถูกตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายผิด ทาง on mind way มีบริการ Pre-Couple Session ฟรี 30 นาที เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เข้ามาพูดคุยกับนักจิตวิทยา และทำความเข้าใจภาพรวมของกระบวนการ Couple Counseling ก่อนรวมถึงสอบถามข้อสงสัย พูดคุยเกี่ยวกับความกังวลที่มีก่อนตัดสินใจเริ่มกระบวนการเนื่องจากเราเชื่อว่าความรู้สึกพร้อมและความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำงานร่วมกัน
Q : ถ้าทะเลาะกันหนักมาก ยังช่วยได้ไหม
หลายคู่ที่เข้ามารับบริการ ไม่ได้มาด้วยปัญหาเล็ก ๆ แต่กำลังเผชิญกับความขัดแย้งที่สะสมมาเป็นเวลานาน จนรู้สึกเหนื่อย ท้อ
หรือไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์จะไปต่อได้หรือไม่ Couple Counseling ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ช่วยให้หยุดทะเลาะกัน
แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้ชะลอวงจรความขัดแย้ง กลับมาทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในตัวเองและในความสัมพันธ์
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เพิ่งเริ่มต้น หรือความเจ็บปวดที่สะสมมานาน กระบวนการนี้สามารถช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเรียนรู้ที่จะรับฟัง เข้าใจ
และสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยต่อกันมากขึ้นได้
หลายคู่ที่เข้ามารับบริการ ไม่ได้มาด้วยปัญหาเล็ก ๆ แต่กำลังเผชิญกับความขัดแย้งที่สะสมมาเป็นเวลานาน จนรู้สึกเหนื่อย ท้อหรือไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์จะไปต่อได้หรือไม่ Couple Counseling ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ช่วยให้หยุดทะเลาะกันแต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้ชะลอวงจรความขัดแย้ง กลับมาทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในตัวเองและในความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เพิ่งเริ่มต้น หรือความเจ็บปวดที่สะสมมานาน กระบวนการนี้สามารถช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเรียนรู้ที่จะรับฟัง เข้าใจ และสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยต่อกันมากขึ้นได้
Q : ถ้าเลิกกันไปแล้ว แต่ยังอยากเข้าใจกันอยู่ มาปรึกษาได้ไหม
ได้ค่ะ
เนื่องจากเป้าหมายสำคัญของกระบวนการปรึกษาแบบคู่ คือการช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตนเอง เข้าใจอีกฝ่าย และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์
อย่างลึกซึ้งมากขึ้น เราไม่ได้กำหนดว่าต้องอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบใดจึงสามารถเข้ารับบริการได้ แต่หากทั้งสองคนต้องการพื้นที่
ในการกลับมาทำความเข้าใจตัวเอง และอีกฝ่ายมากขึ้น Couple counseling ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเอื้อให้ทั้งคู่ได้กลับมาเรียนรู้
และทำความเข้าใจกันได้มากขึ้นเช่นกัน
ได้ค่ะ
เนื่องจากเป้าหมายสำคัญของกระบวนการปรึกษาแบบคู่ คือการช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตนเอง เข้าใจอีกฝ่าย และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งมากขึ้น เราไม่ได้กำหนดว่าต้องอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบใดจึงสามารถเข้ารับบริการได้ แต่หากทั้งสองคนต้องการพื้นที่ในการกลับมาทำความเข้าใจตัวเอง และอีกฝ่ายมากขึ้น Couple counseling ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเอื้อให้ทั้งคู่ได้กลับมาเรียนรู้ และทำความเข้าใจกันได้มากขึ้นเช่นกัน
Q : Couple Counseling ต่างจากการไกล่เกลี่ยอย่างไร
การไกล่เกลี่ยมักมุ่งเน้นการหาข้อตกลงหรือทางออกของปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในขณะที่ Couple Counseling จะยังไม่รีบหาทางออกของปัญหาตั้งแต่แรก แต่จะให้ความสำคัญกับ การกลับไป “ทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเรา” ก่อน โดยนักจิตวิทยาจะช่วยสะท้อนให้ผู้รับบริการทำความเข้าใจรูปแบบการตอบสนองทางอารมณ์ของทั้งตนเองและ partner เวลาที่อยู่ในความสัมพันธ์ รวมถึงทำความเข้าใจความต้องการ
ที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมที่ทั้งคู่แสดงออกต่อกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากประสบการณ์ในอดีต หรือแม้กระทั่งวัยเด็กที่เราเรียนรู้และนำมาใช้รับมือ
กับอารมณ์ต่างๆ ในแบบของเรา
นักจิตวิทยาจะชวนกลับไปสังเกต ว่าอะไรที่ทำให้เราแสดงพฤติกรรมแบบนี้ออกมา เพื่อให้เราได้กลับไปสัมผัสถึงความรู้สึกที่แท้จริงภายใต้พฤติกรรม
ดังกล่าว เช่น ความเสียใจ โดดเดี่ยว กลัว เจ็บปวด รู้สึกไม่สำคัญ หรือไม่มีคุณค่า และชวนให้เราได้ฝึกรับมือ
โดยในการบวนการปรึกษา เราจะไม่ได้มุ่งหาว่าใครถูกหรือผิด หรือบอกว่าควรตัดสินใจอย่างไร แต่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ระหว่างกัน และเรียนรู้ที่จะรับมือกับอารมณ์เหล่านั้นทั้งของตัวเองและ partner ในรูปแบบของ “การเป็นทีมเดียวกัน”
มากกว่าการที่ต่างฝ่ายต่างพยายามรับมือกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นอยู่เพียงลำพัง ซึ่งจะเป็นการสร้างวิธีเชื่อมโยงกันในรูปแบบใหม่
ที่ให้คู่รักได้มีวิธีการตอบสนองต่อความต้องการทางอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงต่อกันมากขึ้น
การไกล่เกลี่ยมักมุ่งเน้นการหาข้อตกลงหรือทางออกของปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในขณะที่ Couple Counseling จะยังไม่รีบหาทางออกของปัญหาตั้งแต่แรก แต่จะให้ความสำคัญกับ การกลับไป “ทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเรา” ก่อน โดยนักจิตวิทยาจะช่วยสะท้อนให้ผู้รับบริการทำความเข้าใจรูปแบบการตอบสนองทางอารมณ์ของทั้งตนเองและ partner เวลาที่อยู่ในความสัมพันธ์ รวมถึงทำความเข้าใจความต้องการที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมที่ทั้งคู่แสดงออกต่อกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากประสบการณ์ในอดีต หรือแม้กระทั่งวัยเด็กที่เราเรียนรู้และนำมาใช้รับมือกับอารมณ์ต่างๆ ในแบบของเรา
นักจิตวิทยาจะชวนกลับไปสังเกต ว่าอะไรที่ทำให้เราแสดงพฤติกรรมแบบนี้ออกมา เพื่อให้เราได้กลับไปสัมผัสถึงความรู้สึกที่แท้จริงภายใต้พฤติกรรมดังกล่าว เช่น ความเสียใจ โดดเดี่ยว กลัว เจ็บปวด รู้สึกไม่สำคัญ หรือไม่มีคุณค่า และชวนให้เราได้ฝึกรับมือ
โดยในการบวนการปรึกษา เราจะไม่ได้มุ่งหาว่าใครถูกหรือผิด หรือบอกว่าควรตัดสินใจอย่างไร แต่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างกัน และเรียนรู้ที่จะรับมือกับอารมณ์เหล่านั้นทั้งของตัวเองและ partner ในรูปแบบของ “การเป็นทีมเดียวกัน” มากกว่าการที่ต่างฝ่ายต่างพยายามรับมือกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นอยู่เพียงลำพัง ซึ่งจะเป็นการสร้างวิธีเชื่อมโยงกันในรูปแบบใหม่ที่ให้คู่รักได้มีวิธีการตอบสนองต่อความต้องการทางอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงต่อกันมากขึ้น
Q : ต้องปรึกษากี่ครั้ง
ระยะเวลาในการทำ Couple Therapy ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหา เป้าหมาย และความต้องการของแต่ละคู่ จึงไม่สามารถกำหนดจำนวนครั้งที่แน่นอนได้
โดยทั่วไป ครั้งแรกจะเป็นการพูดคุยแบบรายบุคคลกับแต่ละฝ่าย เพื่อทำความเข้าใจมุมมอง ประสบการณ์ และความคาดหวังของแต่ละคนต่อความสัมพันธ์
หลังจากนั้น เราจะเริ่มกระบวนการทำงานร่วมกันในรูปแบบคู่รักตั้งแต่ Session ที่ 2 เป็นต้นไป
เมื่อผ่านช่วงเริ่มต้น ทั้งสองฝ่ายสามารถร่วมกันทบทวนได้ว่ามีประเด็นใดที่ต้องการทำงานต่อ และตัดสินใจได้อย่างอิสระว่าจะดำเนินกระบวนการต่อเนื่องหรือไม่สำหรับคู่ที่ต้องการทำงานต่อเนื่อง ทางเรามี Package Couple Therapy 4 Sessions ฟรี 1 Session
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line: @onmindway
ระยะเวลาในการทำ Couple Therapy ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหา เป้าหมาย และความต้องการของแต่ละคู่ จึงไม่สามารถกำหนดจำนวนครั้งที่แน่นอนได้โดยทั่วไป ครั้งแรกจะเป็นการพูดคุยแบบรายบุคคลกับแต่ละฝ่าย เพื่อทำความเข้าใจมุมมอง ประสบการณ์ และความคาดหวังของแต่ละคนต่อความสัมพันธ์หลังจากนั้น เราจะเริ่มกระบวนการทำงานร่วมกันในรูปแบบคู่รักตั้งแต่ Session ที่ 2 เป็นต้นไป
เมื่อผ่านช่วงเริ่มต้น ทั้งสองฝ่ายสามารถร่วมกันทบทวนได้ว่ามีประเด็นใดที่ต้องการทำงานต่อ และตัดสินใจได้อย่างอิสระว่าจะดำเนินกระบวนการต่อเนื่องหรือไม่สำหรับคู่ที่ต้องการทำงานต่อเนื่อง ทางเรามี Package Couple Therapy 4 Sessions ฟรี 1 Session สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line: @onmindway
Q : ต้องอยู่ด้วยกันเท่านั้นมั้ย
ไม่จำเป็นค่ะ
หากเข้ารับบริการในรูปแบบ Online ทั้งสองฝ่ายสามารถอยู่คนละสถานที่ และเข้าร่วมผ่าน Zoom ได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม หากสามารถอยู่ในสถานที่เดียวกันได้ กระบวนการพูดคุยและการเชื่อมโยงระหว่างกันมักเกิดขึ้นได้เป็นธรรมชาติมากกว่า
เนื่องจากทั้งสองฝ่ายสามารถรับรู้สีหน้า ท่าทาง และปฏิสัมพันธ์ของกันและกันได้อย่างเต็มที่
ไม่จำเป็นค่ะ
หากเข้ารับบริการในรูปแบบ Online ทั้งสองฝ่ายสามารถอยู่คนละสถานที่ และเข้าร่วมผ่าน Zoom ได้ตามปกติอย่างไรก็ตาม หากสามารถอยู่ในสถานที่เดียวกันได้ กระบวนการพูดคุยและการเชื่อมโยงระหว่างกันมักเกิดขึ้นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าเนื่องจากทั้งสองฝ่ายสามารถรับรู้สีหน้า ท่าทาง และปฏิสัมพันธ์ของกันและกันได้อย่างเต็มที่
Q : ถ้าสุดท้ายตัดสินใจเลิกกัน ถือว่าการบำบัดล้มเหลวไหม
จริงๆ แล้ว การปรึกษาแบบคู่ เป็นกระบวนการที่เอื้อให้ทั้งคู่ได้กลับมาทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในใจตนเองและอีกฝ่ายเมื่อเกิดความท้าทายบางอย่างขึ้น
ในความสัมพันธ์ เพื่อให้ทั้งคู่ได้กลับมาเข้าใจ รู้สึกปลอดภัยต่อกัน และกลับมาเชื่อมโยงกันทางความรู้สึกในความสัมพันธ์มากขึ้น
โดยไม่ได้กำหนดว่าสุดท้ายแล้วผู้รับบริการทั้งคู่จะยังคงเลือกอยู่ในความสัมพันธ์นี้ด้วยกันต่อสำหรับบางคู่ กระบวนการนี้อาจช่วยให้กลับมาเชื่อมโยงกันได้อีกครั้ง ขณะที่บางคู่ อาจตัดสินใจแยกทางกัน แต่จากความเข้าใจในตนเองและอีกฝ่าย จะช่วยให้ทั้งคู่สามารถแยกจากกันด้วยความเข้าใจ
ความเคารพ และความเจ็บปวดที่ได้รับการเยียวยามากขึ้น
จริงๆ แล้ว การปรึกษาแบบคู่ เป็นกระบวนการที่เอื้อให้ทั้งคู่ได้กลับมาทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในใจตนเองและอีกฝ่ายเมื่อเกิดความท้าทายบางอย่างขึ้นในความสัมพันธ์ เพื่อให้ทั้งคู่ได้กลับมาเข้าใจ รู้สึกปลอดภัยต่อกัน และกลับมาเชื่อมโยงกันทางความรู้สึกในความสัมพันธ์มากขึ้น โดยไม่ได้กำหนดว่าสุดท้ายแล้วผู้รับบริการทั้งคู่จะยังคงเลือกอยู่ในความสัมพันธ์นี้ด้วยกันต่อสำหรับบางคู่ กระบวนการนี้อาจช่วยให้กลับมาเชื่อมโยงกันได้อีกครั้ง ขณะที่บางคู่ อาจตัดสินใจแยกทางกัน แต่จากความเข้าใจในตนเองและอีกฝ่าย จะช่วยให้ทั้งคู่สามารถแยกจากกันด้วยความเข้าใจความเคารพ และความเจ็บปวดที่ได้รับการเยียวยามากขึ้น
Q : เมื่อไหร่ที่ควรมาปรึกษาแบบคู่
ไม่จำเป็นต้องรอให้ความสัมพันธ์เดินมาถึงจุดวิกฤตก่อนค่ะ
หากคุณเริ่มรู้สึกว่าการสื่อสารยากขึ้น ทะเลาะเรื่องเดิมซ้ำ ๆ รู้สึกห่างเหิน หรือมีบางอย่างในความสัมพันธ์ที่อยากทำความเข้าใจมากขึ้น
ก็สามารถเข้ามารับบริการเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการกลับมาทำความเข้าใจกันได้เช่นกันการเริ่มต้นดูแลความสัมพันธ์ตั้งแต่ปัญหายังไม่รุนแรง
อาจช่วยป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งสะสมจนกลายเป็นความเจ็บปวดที่ยากต่อการเยียวยาและทำความเข้าใจในภายหลัง
ไม่จำเป็นต้องรอให้ความสัมพันธ์เดินมาถึงจุดวิกฤตก่อนค่ะ
หากคุณเริ่มรู้สึกว่าการสื่อสารยากขึ้น ทะเลาะเรื่องเดิมซ้ำ ๆ รู้สึกห่างเหิน หรือมีบางอย่างในความสัมพันธ์ที่อยากทำความเข้าใจมากขึ้นก็สามารถเข้ามารับบริการเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการกลับมาทำความเข้าใจกันได้เช่นกันการเริ่มต้นดูแลความสัมพันธ์ตั้งแต่ปัญหายังไม่รุนแรงอาจช่วยป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งสะสมจนกลายเป็นความเจ็บปวดที่ยากต่อการเยียวยาและทำความเข้าใจในภายหลัง
Q : หลังจาก Pre-Couple Session แล้ว สามารถเริ่มรับบริการได้เลยหรือไม่?
ได้ค่ะ
หลังจาก Pre-Couple Session หากทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่ากระบวนการนี้เหมาะกับความต้องการของตนเอง และต้องการเริ่ม Couple Counseling
ต่อ สามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการได้ทันที โดยปกติสามารถเริ่มนัดหมายได้เร็วที่สุดตั้งแต่วันถัดไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตารางนัดหมายที่ว่าง
ของทั้งสองฝ่ายและนักจิตวิทยา ก่อนเริ่มกระบวนการ จะมีขั้นตอนการลงทะเบียน กรอกเอกสารยินยอมรับบริการ (Consent Form)
และจัดตารางนัดหมายสำหรับ Session แรก เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาเตรียมตัว และเพื่อให้นักจิตวิทยาสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างเหมาะสม
กับความต้องการของคู่รักแต่ละคู่ เราให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและพร้อมสำหรับทั้งสองฝ่ายตั้งแต่เริ่มต้น
เพื่อให้กระบวนการ Couple Counseling เป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ของคุณมากที่สุดค่ะ
ได้ค่ะ
หลังจาก Pre-Couple Session หากทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่ากระบวนการนี้เหมาะกับความต้องการของตนเอง และต้องการเริ่ม Couple Counseling ต่อ สามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการได้ทันที โดยปกติสามารถเริ่มนัดหมายได้เร็วที่สุดตั้งแต่วันถัดไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตารางนัดหมายที่ว่างของทั้งสองฝ่ายและนักจิตวิทยา ก่อนเริ่มกระบวนการ จะมีขั้นตอนการลงทะเบียน กรอกเอกสารยินยอมรับบริการ (Consent Form)
และจัดตารางนัดหมายสำหรับ Session แรก เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาเตรียมตัว และเพื่อให้นักจิตวิทยาสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของคู่รักแต่ละคู่ เราให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและพร้อมสำหรับทั้งสองฝ่ายตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้กระบวนการ Couple Counseling เป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ของคุณมากที่สุดค่ะ
บทความ

Red Flag ในความสัมพันธ์ ควรไปต่อหรือพอแค่นี้?
แฟนมี Red Flag แปลว่าควรเลิกทันทีหรือไม่? บทความนี้ชวนมองพฤติกรรม Red Flag ในอีกมุมหนึ่ง ทำความเข้าใจที่มาของความรู้สึกไม่มั่นคง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย และสำรวจว่าความสัมพันธ์ยังมีพื้นที่ให้เรียนรู้ เติบโต และสร้างความปลอดภัยร่วมกันได้หรือไม่ ก่อนตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้

ปัญหาความสัมพันธ์ ทำให้รักกันมากขึ้น…จริงหรือ?
ปัญหาความสัมพันธ์ไม่ได้ทำให้รักกันมากขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ “วิธีรับมือ” ต่างหากที่กำหนดทิศทางของความรัก บทความนี้ชวนมองความขัดแย้งใหม่ จาก “ฉัน vs เธอ” เป็น “เรา vs ปัญหา”

ความสัมพันธ์ในวันนี้…คือกระจกสะท้อนวัยเด็กของกันและกัน
ความสัมพันธ์ที่เรามีในวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มักเป็นภาพสะท้อนของประสบการณ์ในวัยเด็กที่เราเติบโตมากับมัน ประสบการณ์เหล่านั้นจะค่อย ๆ กลายเป็นรูปแบบการผูกพันที่ติดตัวเรามาจนโต หรือที่เรียกว่า Attachment Styles