ทำไมอกหัก แล้วรู้สึกว่าเราไม่เหลืออะไรเลย ?

อกหัก ปก

คงปฏิเสธได้ยากว่าเมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดสิ้นสุด “ฝ่ายที่ถูกบอกเลิก” หรือเป็นคนที่อกหัก มักจะเป็นผู้ที่รู้สึกแย่กว่าในความสัมพันธ์ โดยเฉพาะสำหรับบางคน อาจรู้สึกราวกับว่าโลกใบนี้มันมืดมัวไปหมด รู้สึกราวกับว่าตัวเราไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่สิ่งที่เคยเป็นความสุขของเรา ในวันนี้กลับไม่มีความสุขเหมือนแต่ก่อน ตลอดจนกลับมามีข้อสงสัยในคุณค่าของตัวเอง

มีปัญหา ควรไปคุยกับนักจิต หรือ ไปดูดวง??

ดูดวง นักจิต

จริงๆ ก็คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าการไปดูดวง ก็เป็นตัวเลือกแรก ที่หลายคนมักจะนึกถึง เวลาที่เจอปัญหา หรือความไม่สบายใจ แล้วหมอดู กับนักจิตวิทยา ต่างกันยังไงนะ

“ความสุข” อยากมีบ้าง…ทำยังไงดี

ความสุข อยากมีบ้าง

“แล้วจะสร้างความสุขให้ตัวเองได้ยังไง” บทความนี้เรายากมานำเสนอบ้างแง่มุมที่จะเป็นตัวช่วยให้ทุกคนสามารถมองเห็นและมีความสุขในการใช้ชีวิตได้มากขึ้น

ทำไมต้องใส่ใจ สุขภาพจิต(ใจ) ??

สุขภาพจิต

ถ้าถามว่าระหว่างร่างกาย กับ จิตใจ เรา “ให้ความสำคัญ” กับอะไรมากกว่ากัน หลายคนคงตอบว่าเท่ากัน หรือลังเลที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่หากเปรียบเทียบกันแล้ว ส่วนใหญ่เรามักจะดูแลสุขภาพกาย และละเลยการใส่ใจสุขภาพจิต…

จิตแพทย์กับนักจิตวิทยา 2 อาชีพนี้ ต่างกันยังไง? เข้าใจความแตกต่างก่อนเลือกเข้ารับบริการ

เมื่อเริ่มสนใจการดูแลสุขภาพจิต หลายคนมักมีคำถามว่า จิตแพทย์กับนักจิตวิทยาต่างกันยังไง หรือควรเลือกพบผู้เชี่ยวชาญคนไหนก่อน เพราะแม้ว่าทั้งสองวิชาชีพจะทำงานด้านสุขภาพจิตเหมือนกัน แต่มีบทบาท วิธีการช่วยเหลือ และเป้าหมายในการดูแลที่แตกต่างกัน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองวิชาชีพ เพื่อให้สามารถเลือกใช้บริการได้ตรงกับความต้องการของตนเอง จิตแพทย์คือใคร? จิตแพทย์เป็นแพทย์ที่ผ่านการศึกษาด้านการแพทย์และเฉพาะทางจิตเวช มีหน้าที่ประเมิน วินิจฉัย และรักษาโรคทางจิตเวช เมื่อเข้ารับบริการ จิตแพทย์จะสอบถามอาการ ประเมินประวัติ และวินิจฉัยโดยอ้างอิงเกณฑ์ของโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรคอารมณ์สองขั้ว หรือโรควิตกกังวล รวมทั้งพิจารณาปัจจัยด้านร่างกาย เช่น การทำงานของสมอง สารสื่อประสาท และฮอร์โมน หากเห็นว่าจำเป็น จิตแพทย์สามารถสั่งจ่ายยาและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของผู้รับบริการได้ นักจิตวิทยาการปรึกษาคือใคร? คำว่า "นักจิตวิทยา" ครอบคลุมหลายสาขา แต่ในบทความนี้หมายถึง นักจิตวิทยาการปรึกษา (Counseling Psychologist) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยา บทบาทสำคัญของนักจิตวิทยาการปรึกษาคือการรับฟัง ทำความเข้าใจความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของผู้รับบริการ เพื่อช่วยให้มองเห็นสาเหตุของปัญหา เข้าใจตนเองมากขึ้น และค้นหาแนวทางรับมือกับปัญหาร่วมกันผ่านกระบวนการพูดคุย นักจิตวิทยาไม่ได้มุ่งเน้นการวินิจฉัยโรค และไม่สามารถสั่งจ่ายยาได้ แต่จะช่วยให้ผู้รับบริการเรียนรู้การจัดการอารมณ์ ความเครียด ความกังวล รวมถึงพัฒนาทักษะในการดูแลสุขภาพใจของตนเอง ควรหาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา? คำตอบขึ้นอยู่กับเป้าหมายและลักษณะของปัญหาที่กำลังเผชิญ หากมีอาการรุนแรง เช่น อาการทางอารมณ์ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก มีปัญหาการนอน สมาธิลดลง หรือสงสัยว่าตนเองอาจมีโรคทางจิตเวช การเข้ารับการประเมินกับจิตแพทย์อาจเหมาะสมกว่า เพราะสามารถวินิจฉัยและพิจารณาการรักษาด้วยยาได้ แต่หากต้องการพื้นที่ในการพูดคุย ทำความเข้าใจความเครียด ความทุกข์ใจ ความสัมพันธ์ หรือพัฒนาทักษะการรับมือกับปัญหาชีวิต การปรึกษานักจิตวิทยาการปรึกษาเป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสม จิตแพทย์กับนักจิตวิทยา สามารถทำงานร่วมกันได้ หลายคนเข้าใจว่าจำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง จิตแพทย์และนักจิตวิทยาสามารถทำงานร่วมกันได้ ในบางกรณี ผู้รับบริการอาจได้รับการดูแลจากจิตแพทย์เพื่อรักษาอาการด้วยยา ควบคู่กับการพูดคุยกับนักจิตวิทยาเพื่อทำความเข้าใจปัญหา ฝึกทักษะการรับมือกับอารมณ์ และส่งเสริมการดูแลสุขภาพใจในระยะยาว ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา สิ่งสำคัญคือการได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล

รู้หรือไม่ จิตแพทย์ กับ นักจิตวิทยา ไม่ใช่อาชีพเดียวกันนะ…วันนี้เราจะมาอธิบายความแตกต่างของทั้ง 2 อาชีพ เพื่อให้ทุกคนเลือกใช้บริการได้ตรงตามจุดประสงค์ และความต้องการของตัวเอง

เมื่อไหร่ควรปรึกษานักจิตวิทยา? 2 สัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อไหร่ควรปรึกษานักจิตวิทยา? 2 สัญญาณที่บอกว่าคุณอาจต้องการความช่วยเหลือ ปัจจุบันประเด็นด้านสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล หรือภาวะหมดไฟ (Burnout) กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนได้ยินและพบเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพใจ และเปิดใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริการด้านสุขภาพจิต รวมถึงการ ปรึกษานักจิตวิทยา มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับบริการกับนักจิตวิทยาการปรึกษายังค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย หลายคนจึงอาจมีคำถามว่า "ต้องมีปัญหามากแค่ไหนถึงควรไปหานักจิตวิทยา" หรือ "เมื่อไหร่ควรพบนักจิตวิทยา" คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์และวิธีรับมือกับปัญหาที่แตกต่างกัน บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางเบื้องต้น เพื่อช่วยให้คุณได้ลองสังเกตสุขภาพใจของตนเอง และประเมินว่าถึงเวลาที่ควรขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง หรือนักจิตวิทยาการปรึกษาแล้วหรือยัง ควรปรึกษานักจิตวิทยาเมื่อไหร่? โดยทั่วไปแล้ว การปรึกษานักจิตวิทยาอาจแบ่งออกได้เป็น 2 สถานการณ์หลัก ได้แก่ การเข้ารับคำปรึกษาเมื่อกำลังเผชิญปัญหาที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต และการเข้ารับคำปรึกษาเพื่อพัฒนาตนเองหรือทำความเข้าใจตนเองให้มากขึ้น 1. เมื่อปัญหาในชีวิตเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต หลายคนอาจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิต เช่น • การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อม เช่น ย้ายโรงเรียน ย้ายที่ทำงาน หรือเปลี่ยนอาชีพ • การเปลี่ยนแปลงบทบาทในชีวิต เช่น การเป็นพ่อหรือแม่ การเกษียณ หรือการหยุดทำงานและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน • การเผชิญเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก อุบัติเหตุร้ายแรง ความรุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจ รวมถึงการเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ที่มีความรุนแรง • ความเครียดหรือความไม่สบายใจจากการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์ หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ในสังคม เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์เหล่านี้ การเกิดความรู้สึกเศร้า กังวล หรือเครียด ถือเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของอารมณ์ อย่างไรก็ตาม หากคุณเริ่มสังเกตว่าปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลง ทำให้การเรียนหรือการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ จัดการอารมณ์ได้ยากขึ้น หรือเริ่มกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบตัว นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าการ ปรึกษานักจิตวิทยา สามารถช่วยให้คุณได้พูดคุย ทำความเข้าใจ ยอมรับ และค้นหาแนวทางรับมือกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม 2. เมื่อคุณอยากพัฒนาและทำความเข้าใจตนเองมากขึ้น การพบกับนักจิตวิทยาไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติบโตและพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ เช่น • ค้นหาความสนใจ เป้าหมาย หรือแนวทางการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับคุณค่าของตนเอง • พัฒนาทักษะสำคัญ เช่น การสื่อสาร การจัดการความเครียด การรับมือกับปัญหา หรือการดูแลสุขภาพใจ • เรียนรู้การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง • สำรวจความคิด ความรู้สึก และรูปแบบการตัดสินใจของตนเอง เพื่อมองเห็นทั้งจุดแข็งและข้อจำกัดที่สามารถพัฒนาต่อได้ การพูดคุยกับนักจิตวิทยาการปรึกษาจะช่วยให้คุณมีพื้นที่ในการทบทวนตนเอง เข้าใจตัวเองมากขึ้น และค้นหาแนวทางในการเติบโตที่เหมาะสมกับบริบทชีวิตของคุณ ปรึกษานักจิตวิทยา ไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหารุนแรง หลายคนอาจเข้าใจว่าการพบนักจิตวิทยาเป็นเรื่องของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การปรึกษานักจิตวิทยาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการดูแลสุขภาพใจ ที่สามารถทำได้ทั้งในช่วงที่กำลังเผชิญปัญหา และในช่วงที่ต้องการพัฒนาตนเอง การพูดคุยกับนักจิตวิทยาเปิดโอกาสให้คุณได้สำรวจความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ของตนเองอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เข้าใจปัญหา มองเห็นทางเลือก และค้นหาแนวทางในการดูแลใจหรือพัฒนาตนเองได้อย่างเหมาะสมกับชีวิตของคุณ หากคุณกำลังตั้งคำถามว่า "เมื่อไหร่ควรพบนักจิตวิทยา" คำตอบอาจไม่ใช่การรอให้ทุกอย่างแย่ที่สุด แต่คือช่วงเวลาที่คุณรู้สึกว่าการมีพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยและทำความเข้าใจตนเอง อาจเป็นประโยชน์ต่อการก้าวต่อไปของชีวิต

เมื่อไหร่ควรไปปรึกษานักจิตวิทยา? หากความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ หรือเหตุการณ์ในชีวิตเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิต บทความนี้จะช่วยให้คุณประเมินได้ว่าถึงเวลาขอความช่วยเหลือแล้วหรือยัง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save