How to รับมือกับความโกรธ: 4 ขั้นตอนในการรับมือกับใจตัวเอง

ความโกรธ
ความโกรธเป็นอารมณ์หนึ่งที่เป็นสัญญาณบอกว่าเรากำลังไม่โอเค และกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวเพื่อพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาที่เกิดขึ้น ในที่นี้สิ่งที่น่ากลัวจึงไม่ใช่อารมณ์โกรธ แต่เป็นการปล่อยให้ความรู้สึกโกรธควบคุมเราต่างหาก เพราะบางครั้งหากเราปล่อยให้อารมณ์โกรธควบคุม ก็อาจจะทำให้เราแสดงออกในสิ่งที่ทำร้ายจิตใจคนรอบข้าง หรือทำให้สถานการณ์ต่างๆ แย่ลงได้

เมื่อเราโกรธแล้ว จะรับมือกับความรู้สึกตัวเรางอย่างไรดี? ลองดู 4 ขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อจัดการกับอารมณ์โกรธอย่างมั่นคง:

1. รู้จัก “หน้าตา” อารมณ์โกรธของตัวเอง

การจะรับมือกับความรู้สึกโกรธได้ ต้องรู้จักความรู้สึกโกรธที่เกิดขึ้นกับเราก่อน ลองสังเกตตัวเองดูว่าเวลาโกรธเรามักจะเป็นอย่างไร เช่น เงียบ , มือสั่น เกร็งกล้ามเนื้อ , สีหน้าเปลี่ยนไป , อึดอัด , หรือหายใจถี่ การสังเกตจะช่วยให้เรารู้ทันตัวเองมากขึ้น และรู้ว่าถ้าเราเป็นแบบนี้คือเราเริ่มโกรธแล้ว

2. กลับมาตั้งสติกับตัวเองก่อน

เมื่อเราโกรธ ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวเพื่อเตรียมพร้อมปกป้องตัวเองจากอันตรายหรือสิ่งที่เข้ามาคุกคาม แต่บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับมันทันที ควรลองถอยออกมาจากสิ่งที่กระตุ้นความรู้สึกโกรธ (ถ้าทำได้) เพื่อตั้งสติและรับมืออย่างมั่นคง ความรู้สึกโกรธเปรียบเสมือนก้อนไฟ ดังนั้นอย่าเติมเชื้อเพลิงให้ก้อนไฟในใจเพิ่มจนเราควบคุมไม่ได้

การหายใจ…ช่วยได้ การหายใจจะช่วยให้การตื่นตัวของร่างกายเราสงบลงหรือช้าลง และมีสติกับตัวเองได้มากขึ้น

  • เอามือไว้ที่ท้องและหน้าอก
  • สูดหายใจเข้าทางจมูก 4 วินาที (ให้ท้องป่องขึ้น)
  • กลั้นหายใจไว้สักครู่
  • ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปาก 4 วินาที

3. สำรวจอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในความรู้สึกโกรธนั้น

ลองถามตัวเองว่า “เราโกรธ…เพราะอะไร?” มันอาจมีอารมณ์อื่นๆ ซ่อนอยู่ข้างใน เช่น เสียใจ , ผิดหวัง , เจ็บปวด , หรือรู้สึกถูกลดทอนคุณค่า ซึ่งอารมณ์เหล่านี้อาจถูกเก็บสะสมมานาน และเมื่อถูกกระตุ้นอีกครั้งจึงพัฒนากลายเป็นความรู้สึกโกรธได้ เช่น โกรธเพราะคิดว่าถูกเอาเปรียบ , คิดว่าถูกดูถูกคุณค่าในตัวเรา หรือรับรู้ว่าเขาไม่ให้เกียรติเรา , หรือโกรธเพราะเขาไม่ได้เป็นหรือทำตามที่เราคาดหวัง

4. กลับมาโฟกัสในสิ่งที่เราควบคุมได้

สิ่งที่ควบคุมได้คือการที่เราทำอะไรได้บ้างเพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในสิ่งที่เราต้องการ เช่น:

  • สื่อสารความรู้สึก มุมมอง และความต้องการของเราให้อีกฝ่ายรับรู้
  • ลงมือทำบางสิ่งเพื่อแก้ไขหรือเพิ่มโอกาสในการเกิดผลลัพธ์ที่เราคาดหวัง

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเข้าใจหรือยอมรับ และเกิดสิ่งที่เราคาดหวังขึ้น 100% ดังนั้น การกลับมาทำงานกับความคาดหวังของเราจึงเป็นส่วนที่สำคัญเช่นกัน หากเราได้ทำในส่วนของเราอย่างชัดเจนและเต็มที่แล้ว ให้ “ปล่อย” ในสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ และกลับมาสัมผัสถึงคุณค่าในสิ่งที่เราได้พยายามทำอย่างเต็มที่แล้วแทน เพราะถ้าเรายังเอาใจไปผูกกับ “คนอื่น” ที่เราควบคุมไม่ได้ คนที่จะต้องทนอยู่กับก้อนไฟร้อนๆ ในใจก็คือตัวเราเอง

การจัดการอารมณ์โกรธจึงไม่ใช่การพยายามกดเก็บหรือข่มใจตัวเองไว้ แต่คือการให้พื้นที่อารมณ์นั้น กลับมาสังเกตและทำความเข้าใจ เพื่อที่จะสามารถรับมือกับอารมณ์ได้อย่างมั่นคงมากขึ้น หากไม่สามารถทำความเข้าใจหรือรับมือกับความโกรธนั้นด้วยตัวเองได้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คุณกลับมาทำความเข้าใจและรับมือกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน

 

🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱

🔆 อยากนัดหมายเพื่อปรึกษากับนักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W

🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/

Picture of ศุภวรรณ ใหญ่เสมอ

ศุภวรรณ ใหญ่เสมอ

นักจิตวิทยาการปรึกษา on mind way counseling center

Tags :
Share This Post :

Related Post

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง “การให้อภัยตัวเอง” ทำได้ยังไงบ้าง 1. ยอมรับความผิดพลาดโดยไม่ตัดสินตัวเอง การยอมรับความผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้ หรือยอมรับว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่คือการเข้าใจว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ยังมีสิ่งที่ไม่รู้ ไม่แน่ใจ และความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การยอมรับความจริง เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในอนาคต 2. แยก “การกระทำ” ออกจาก “คุณค่าในตัวเอง” ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตัวตนของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงพฤติกรรม การกระทำ หรือการตัดสินใจในบางช่วงเวลา และบางสถานการณ์ ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเราเสมอไป เมื่อเราแยกความผิดพลาดออกจากคุณค่าในตัวเองได้ เราจะมองตัวเองอย่างเป็นธรรมมากขึ้น และไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดมากำหนดว่าเราเป็นใคร 3. ใช้คำพูดเชิงบวกกับตัวเอง การพูดกับตัวเองในแง่ลบ เช่น “ทำไมถึงทำแบบนี้” หรือ “ทำไมไม่เก่งเหมือนคนอื่น” มักทำให้เรารู้สึกแย่ และบั่นทอนความมั่นใจ ลองปรับมาใช้คำพูดที่อ่อนโยนและเป็นจริงกับตัวเองมากขึ้น เช่น “เราทำดีที่สุดแล้วในสถานการณ์นั้น” หรือ “ทุกคนล้วนมีวันที่ไม่สมบูรณ์แบบ” คำพูดเหล่านี้ช่วยให้ใจเราผ่อนคลาย และให้อภัยตัวเองได้ง่ายขึ้น 4. ตั้งขอบเขตและนิยามของคำว่า “ให้อภัยตัวเอง” ให้ชัดเจน การให้อภัยตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการลืมความผิดพลาด หรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คือการตั้งขอบเขตในใจ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดมาทำร้ายเราอย่างต่อเนื่อง และไม่ให้ความรู้สึกผิดนั้นมาควบคุมการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน การให้อภัยตัวเองคือ การยอมรับและรับผิดชอบต่อความผิดพลาด พร้อมกับเรียนรู้ และให้โอกาสตัวเองได้เติบโต โดยไม่ให้ความผิดพลาดกลายเป็นอุปสรรคที่ฉุดรั้งชีวิต

“ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญง่ายๆ ที่มีความหมายกับใจ

การให้ของขวัญตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของราคาแพงเสมอไป บางครั้งของขวัญที่มีคุณค่าและส่งผลกับชีวิตเราได้ลึกที่สุด คือการ “ให้อภัยตัวเอง” ของขวัญที่ช่วยให้ใจเบาลง และเปิดพื้นที่ให้เราได้เติบโตอย่างแท้จริง บทความนี้จะชวนมาดูว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้ยังไงบ้าง

Read More »
"ความหวังดี" เป็นสิ่งที่หลายคนอยากมอบให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว แฟน หรือเพื่อน เพราะเราตั้งใจดี อยากให้อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือหลุดพ้นจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ในบางครั้ง หาก “ความหวังดี” นั้นไม่มีขอบเขต ก็อาจทำให้เราลืมตัว และเผลอทำสิ่งที่เกินขอบเขต จนกลายเป็นผลกระทบทางลบต่อความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

4 “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต จนส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์

บทความนี้ เราอยากชวนพูดถึง 4  “ความหวังดี” ที่เกินขอบเขต ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อยในความสัมพันธ์ใกล้ชิด และอาจส่งกระทบต่อความสัมพันธ์ได้

Read More »
รักตัวเอง

รักตัวเองอย่างไร ในมุมนักจิตวิทยา

การรักตัวเอง (Self-Love) เป็นคำที่หลายคนคุ้นหูแต่ความหมายของคำนี้กลับถูกตีความไปหลากหลายรูปแบบ บางครั้งอาจถูกเข้าใจว่าเป็นการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง หรือการตามใจตัวเองมากเกินไป บทความนี้จะชวนมาทำความเข้าใจคำนี้ ในมุมมองของนักจิตวิทยากันให้มากขึ้น

Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save