เวลาพูดถึง “ความสูญเสีย” เรามักนึกถึงประสบการณ์ที่คนคนหนึ่งต้องจากไป หรือการสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญในชีวิต
แต่จริง ๆ แล้ว ความสูญเสียไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว การที่ความสัมพันธ์หนึ่งจบลง การต้องบอกลาคนที่เคยอยู่ข้าง ๆ หรือแม้แต่การสูญเสียอนาคตที่เราเคยวาดฝันเอาไว้ด้วยกัน ก็สามารถทำให้เกิดความรู้สึกเศร้า โหยหา และสูญเสียได้เช่นกัน
และนี่อาจเป็นอีกมุมหนึ่งที่ช่วยให้เราเข้าใจคำว่า “ภาวะอกหัก” ได้มากขึ้น
เมื่อพูดถึง “ความสูญเสีย” เรามักนึกถึงอะไร?
เรามักจะนึกถึงประสบการณ์ที่คนคนหนึ่งต้องจากไป เมื่อบุคคลใกล้ชิด หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงแสนรักของเราเสียชีวิต
แต่จริง ๆ แล้ว เวลาที่เรา “อกหัก” หรือพบว่าความสัมพันธ์หนึ่งได้จบลง แม้จะไม่ได้สูญเสียใครไปทั้งหมด แต่เราก็อาจกำลังเผชิญกับความสูญเสียในรูปแบบหนึ่งเช่นกัน
เพราะสิ่งที่หายไปอาจไม่ได้มีเพียง “คนหนึ่งคน”
แต่อาจรวมถึงความรู้สึกว่าเรามีคุณค่า เป็นที่รักของใครสักคน กิจวัตรต่าง ๆ ที่เคยมีร่วมกัน บทบาทของเราในความสัมพันธ์ หรือแม้แต่อนาคตที่เราเคยวาดฝันเอาไว้ด้วยกัน
ดังนั้น การเลิกราครั้งหนึ่งจึงอาจมีความหมายกับเรามากกว่าที่คิด และสำหรับหลายคน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะก้าวผ่านไป
เพราะเมื่อความสัมพันธ์จบลง สิ่งที่เราต้องปล่อยมืออาจไม่ใช่แค่ “คนหนึ่งคน”
เมื่อความสัมพันธ์หนึ่งลดลงหรือสิ้นสุดลง สิ่งที่เราจำเป็นต้องปล่อยมือไป อาจไม่ได้มีเพียง “คนหนึ่งคน”
แต่อาจรวมถึง
- คนที่คอยซัพพอร์ตเราและอยู่ตรงนั้นมาตลอด
- ความรู้สึกว่าเรามีคุณค่า และเป็นที่รักของใครสักคน
- กิจวัตรต่าง ๆ ที่เคยมีร่วมกัน
- บทบาทของเราในความสัมพันธ์
- อนาคตที่เราเคยวาดฝันเอาไว้ด้วยกัน
เพราะฉะนั้น การเลิกราครั้งหนึ่งจึงมีความหมายกับเรามากกว่านั้น
และสำหรับหลายคน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพราะการเยียวยาหลังความสูญเสียไม่ได้เป็นเส้นตรง
เมื่อพูดถึงการเยียวยาหลังการสูญเสีย เราอาจเผลอคิดว่าตัวเองควรจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
วันนี้เศร้า พรุ่งนี้ดีขึ้น แล้วสักวันหนึ่งก็คงหายดี
แต่ในความเป็นจริง การรับมือกับความสูญเสียอาจไม่ได้เป็นเส้นตรงแบบนั้น
แนวคิด Dual Process Model ของ Stroebe และ Schut
อธิบายว่า ในช่วงที่เรากำลังเผชิญกับความสูญเสีย เราอาจสลับไปมาระหว่างสองโหมด คือ Loss-Oriented และ Restoration-Oriented
Loss-Oriented
เป็นช่วงที่เราโหยหา ย้อนกลับไปคิดถึง ร้องไห้ เสียใจ รู้สึกตั้งแต่สิ้นหวังไปจนถึงโลงใจ ขณะที่พยายามทำใจยอมรับกับการสูญเสีย
Restoration-Oriented
เป็นช่วงที่เราพยายามรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเบี่ยงเบนความสนใจออกจากความเศร้า เพื่อกลับมาใช้ชีวิตต่อ
สองโหมดนี้สามารถสลับไปมาได้
บางวันเราอาจคิดถึงเขามากจนไม่อยากทำอะไรเลย
แต่ในอีกวันหนึ่ง เราอาจกลับไปทำงาน ใช้ชีวิต หรือหัวเราะกับเพื่อนได้ตามปกติ
และวันต่อมา ความเศร้าอาจกลับมาอีกครั้ง
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเรากำลัง “ถอยหลัง” หรือ วันที่เรากลับมาเศร้าอีก ไม่ได้แปลว่าเรามูฟออนไม่ได้
แต่อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้
เพราะการก้าวผ่านความสูญเสียไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องไม่เศร้า หรือลืมทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น
แต่อาจเป็นการค่อย ๆ เรียนรู้ว่า เราจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
บางวันอาจจะยังยาก บางวันอาจจะยังเศร้า แต่ไม่เป็นไรเลย
ค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนะ
อ้างอิง
Gillies, J., & Neimeyer, R. A. (2006). Loss, grief, and the search for significance: Toward a model of meaning reconstruction in bereavement. Journal of Constructivist Psychology, 19(1),
31–65.
Stroebe, M., & Schut, H. (1999). The dual process model of coping with bereavement:
Rationale and description. Death Studies, 23, 197–224.
Stroebe, M., & Schut, H. (2010). The dual process model of coping with bereavement: A
decade on. Omega, 61(4), 273–89.
🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱
🔆 อยากนัดหมายเพื่อปรึกษากับนักจิตวิทยา แอดไลน์สอบถามได้ที่
Line : @onmindway / คลิกเพื่อแอดไลน์ https://lin.ee/JB46W3W
🔆 รายชื่อนักจิตวิทยาของเรา
https://onmindway.com/psychologist/

ตัวตนในฐานะแนวคิด (Self as Concept): ตัวตนที่อาจทำให้เราทุกข์
สำหรับคนที่ศึกษาประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพจิตและจิตวิทยา คำว่า Self-Awareness หรือความตระหนักรู้ในตนเองนั้น อาจเป็นที่คุ้นหูกันอยู่แล้ว แต่หากพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ตามแนวคิดของ Acceptance & Commitment Therapy (ACT) ตัวตน (self) มิได้หยุดอยู่เพียงแค่ความตระหนักรู้ แต่ยังสามารถแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ได้แก่ Self as Concept – ตัวตนในฐานะแนวคิด Self as Awareness – ตัวตนในฐานะความตระหนักรู้ และ Self as Context – ตัวตนในฐานะบริบท

นักจิตวิทยา จัดการตัวเองยังไงเมื่อเผชิญปัญหา
เมื่อกล่าวถึง “นักจิตวิทยา” หลายคนอาจจินตนาการถึงบุคคลที่เข้มแข็ง มั่นคงทางอารมณ์ และสามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างไม่หวั่นไหว ทว่าในความเป็นจริง นักจิตวิทยาก็คือ “มนุษย์คนหนึ่ง” ที่ย่อมมีความรู้สึก มีความเปราะบาง และต้องการ พื้นที่ปลอดภัยทางใจ เพื่อเรียบเรียงความรู้สึกของตนเองไม่ต่างจากใคร

“เดอะแบกของบ้าน” : 5 แนวทางการดูแลใจ สำหรับคนที่คอยดูแลทุกคน
ในทุกครอบครัว มักจะมีใครสักคนที่เป็น “เดอะแบกของบ้าน” คนที่คอยดูแลทุกคนเวลามีปัญหา คอยจัดการสารพัดเรื่องโดยไม่ปริปากบ่น ไม่ใช่เพราะเขาไม่เหนื่อย แต่เพราะกลัวว่า “เดี๋ยวจะทำให้คนอื่นเครียด”

รับมือยังไง ให้ใจไม่พัง เมื่อต้องเจอกับคนที่ ‘หลงตัวเองจนเป็นปัญหา’
การที่เราต้องอยู่กับคนที่มีพฤติกรรมหลงตัวเองจนเป็นปัญหา ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เราทุกข์ใจได้เหมือนกัน วันนี้เลยชวนทุกคนมาดูว่า เราสามารถรับมืออย่างไรได้บ้าง เพื่อดูแลใจตัวเอง ไม่ให้ถูกบั่นทอนไปเสียก่อน

พฤติกรรม “หลงตัวเอง” vs โรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder)
“Narcissist” หรือ “การหลงตัวเอง” กลายเป็นหนึ่งคำที่ทุกคนรู้จักกันเป็นวงกว้าง และมักใช้เรียกคนที่มีลักษณะทางลบบางอย่าง เช่น เห็นแก่ตัว ไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น หรือมองว่าตัวเองเหนือกว่าผู้อื่น

เป็น “โสด” แบบนี้ เราแปลกไหมนะ?
“เป็นโสดมาตลอดแบบนี้ เราแปลกไหมนะ?” คำถามนี้สำหรับบางคนอาจเป็นคำถามขำๆ ที่พูดคุยกันเล่นๆในกลุ่มเพื่อน แต่สำหรับบางคนมันอาจเป็นเสียงสะท้อนของความไม่มั่นใจ ความสงสัยในคุณค่าของตัวเอง หรือแม้กระทั่งความรู้สึกว่าตนเองกำลัง ‘ตกขบวน’ ในโลกที่ให้ความสำคัญกับการมีความสัมพันธ์อยู่เหมือนกัน

3 วิธีฮีลใจในคาเฟ่ | ดูแลใจตัวเองง่ายๆ ได้ทุกวัน
พักใจในคาเฟ่ด้วย 3 วิธีฮีลใจง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกสงบ อ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น พร้อมเทคนิค mindfulness และ self-kindness ที่ทำได้ทุกคน

“ไม่มี Passion” ก็ไม่เป็นไร | การค้นหาความสุขในแบบที่เราต้องการ
Passion หรือ ความหลงไหล คือความกระตือรือร้นที่เรามีให้กับสิ่งที่เราชอบ เช่น งานที่ทำ กิจกรรมที่เรารัก หรือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขในทุกๆ วัน การมี Passion ทำให้เรารู้สึกมีความหมายในชีวิตและผลักดันให้เราพยายามทำสิ่งที่ชอบให้ดีที่สุด แต่แล้วถ้าเราไม่มี Passion ล่ะ? จะเป็นเรื่องแปลกไหม?

ทำงาน Freelance ยังไง? ให้มี Work-Life Balance และไม่ Burnout
การทำงาน freelance อาจไม่ได้มีขอบเขตเวลาทำงานที่ชัดเจน และบางครั้ง เราก็จำเป็นที่จะต้องยืดหยุ่นเวลาของตัวเองเพื่อให้สอดคล้องกับ “งาน” ที่เป็นเหมือน “โอกาส” ที่เข้ามา จนบางครั้ง เราอาจจะละเลย me-time ของตัวเอง และเหนื่อยล้าสะสม จนนำมาสู่ภาวะหมดไฟในการทำงานได้

5 แนวทาง โอบกอด “เด็กคนนั้น” ที่อยู่ข้างในตัวเรา
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ตัวตนของเรา” ในปัจจุบัน ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากประสบการณ์ที่เราได้เจอตั้งแต่ “วัยเด็ก” และยังคงติดอยู่ข้างในตัวเรา และมีอิทธิพลอย่างชัดเจนต่อตัวเราในปัจจุบัน ซึ่งถูกเรียกว่า “Inner Child”


